ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 8

posted on 15 Aug 2009 00:57 by prada-story  in niyay

 

               

                วันอาทิตย์นี้เขานัดกับชุบชีวาว่าจะไปบ้านเขาที่ชลบุรี เขาขับรถไปทางถนนมอเตอร์เวย์ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี เขามาถึงที่บ้านประมาณบ่ายๆ

                ที่บ้านเขา มีเพียงแค่พ่อแม่ และน้องชายอีกคนเท่านั้น ส่วนน้องสาวเขาไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ  เมื่อทั้งสองมาถึง พ่อกับแม่เขาก็ออกมาต้อนรับตามมารยาท ทั้งคู่ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียของลูกชายคนโตเลยสักครั้ง ได้คุยกันแต่ในทางโทรศัพท์  เวลาที่ชุบชีวาจะส่งเงินมาทางบ้านของกฤชษ์ เธอก็มักจะโทรมาบอกก่อนเสมอ การส่งเสียทางบ้านของกฤชษ์ เธอเต็มใจที่จะรับภาระนี้เอง แม้เขาจะทักท้วงยังไง เธอก็ไม่ฟัง

                กฤชษ์ ลงจากรถเป็นคนแรก พ่อแม่ของเขามัวแต่ดีใจที่ลูกชายกลับมาเยี่ยมบ้าน เลยไม่ทันได้สังเกตผู้หญิงที่มากับเขา

                เมื่อทั้งสองหันไปมอง ถึงกับออกการตะลึง เหมือนที่เขาเคยเป็นตอนเจอเธอครั้งแรก ชุบชีวาอยู่ในชุดกางเกงเข้ารูปสีดำ ใส่เสื้อแขนยาวสีขาวพับแขน พอดีตัว ส่วนรูปร่างหน้าตาเธอนั้น พ่อแม่ของเขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าผู้หญิงที่ยืนตรงหน้าพวกเขานั้น ก็คือผู้หญิงที่อายุ 30 กว่า

                หน้าตาผิวพรรณที่ขาวหมดจด ไม่ซีดเผือด แต่ดูมีสุขภาพดี แก้มของหล่อนอมสีชมพู ริมฝีปากบางสวย ทุกอย่างสวยงามเหมือนภาพวาดนางในวรรณคดี ส่วนรูปร่างก็ได้ส่วนสัด ไม่อ้วนเหมือนหญิงวัยกลางคน หรือผอมแห้งดูไม่มีอะไรดึงดูด  มิน่าล่ะ ลูกชายถึงไม่ยอมทิ้งง่ายๆ

                การแต่งตัวของเจ้าหล่อนเหมือนสาววัย 20 กว่าๆ มากกว่าจะเป็นวัยสามสิบ ทั้งสองมัวแต่จ้องมอง เลยทำให้ลูกชายต้องสะกิดบอกให้เลิกจ้องได้แล้ว เพราะคนถูกจ้องออกอาการเขิน และทำหน้าไม่ถูก

                สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่ เธอเรียกพ่อแม่ของเขา เหมือนกับที่เขาเรียก

                จ้ะๆ สวัสดีจ้ะ คุณเอ่อ.... เกิดอาการลืมชื่อขึ้นมากะทันหัน

                เรียกชุบ เฉยๆก็ได้ค่ะ เธอจึงแนะนำเสียเอง

                จ้ะๆ

                เมื่อทักทายกันตามมารยาทเสร็จ ก็พากันเข้าไปในบ้าน โดยให้ทั้งสองพักห้องเดียวกัน เพราะอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า ถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องแยกห้องนอน เมื่อตอนที่อรลดามาเที่ยวบ้าน

                พ่อ แกเห็นอย่างที่ฉันเห็นหรือเปล่า เมียลูกชายเราน่ะ แม่ของกฤชษ์ถาม

                เอ๊ะ แม่แกนี่พูดแปลก ข้าไม่ได้ตาบอด ก็ต้องมองเห็นสิ ผู้เป็นสามีตอบอย่างมีอารมณ์

                เออๆ นั่นแหละ แกว่ามั้ย ไม่เหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้เลยสักนิด ผิดคาดไปเยอะเลยนะ

                ก็นั่นนะสิ คนบ้าอะไร สวยฉิบหายเลย รูปร่างงี้เหมือน..... พูดไม่พอ ทำท่าทางวาดเอวประกอบด้วย ทำเอาคนเป็นเมียถึงกับออกอาการไม่พอใจ

                นี่ๆ ไอ้แก่ ให้มันน้อยๆหน่อยนะ ตอนยังไม่เห็นหน้า เห็นแกว่าเสียๆหายๆ ตอนนี้ละเสือกมาชื่นชมเขาอีก ไม่เจียมสังขารเลยนะมึง

                แกก็ ข้าก็ล้อเล่นไป ไม่มีอะไรสักหน่อย เออ ว่าแต่ว่า แกจะเอาไงต่อละทีนี้ สามีถามอย่างขอความเห็น

                ไม่รู้เว้ย ดูๆไปก่อนแล้วกัน ข้าก็แล้วแต่ลูกเรานั่นแหละ เมียมันนี่ ทั้งสองไม่ได้รู้สึกรังเกียจเหมือนตอนที่ยังไม่เห็นหน้าลูกสะใภ้คนนี้ คงต้องให้แล้วแต่ลูกชายจะตัดสินใจเอาว่าจะทำอย่างไรต่อ

                หลังจากเอาของจากกระเป๋าเสร็จ กฤชษ์ก็ขอนอนพักผ่อน เพราะเขาเพลียจากการขับรถมา ส่วนชุบชีวาก็ออกไปเดินเล่นที่ริมชายทะเล เพราะบ้านของเขามีเนื้อที่ติดกับชายทะเลพอดี

                เธอเดินเล่นไปเรื่อยๆ บรรยากาศทำให้เธอหายเหนื่อยจากการทำงานได้เป็นอย่างดี เธอไม่เคยมีเวลามาตากอากาศแบบนี้มาก่อน ที่จะได้มาพักผ่อนอย่างนี้ ไม่มีเรื่องงานเข้ามาคิดให้วุ่นวาย

                ระหว่างที่เธอเดินเล่น ก็มักจะมีสายตาแปลกๆของคนที่มองมายังเธอในทุกที่ที่เธอเดินผ่าน คนที่มองส่วนมากจะเป็นชาวบ้านแถวนี้ เขาคงมองเพราะไม่เคยเห็นคนแปลกหน้ามาเดินแถวนี้มาก่อนละมั้ง...เธอคิด

                เมื่อกฤชษ์ตื่นขึ้นมา เห็นว่าเธอไม่อยู่ในห้อง ก็เดินมาถามพ่อแม่ว่า เห็นเธอบ้างหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่า เธอออกไปเดินเล่นตั้งแต่เขาหลับ เขามองดูนาฬิกาก็พบว่า เธอออกไปนานแล้ว ทำไมยังไม่กลับมาอีก จึงเดินออกไปตามหา

                เขาเดินตามหาจนทั่วหาดก็ไม่เจอวี่แววของชุบชีวา  จึงเข้าไปถามชาวบ้านที่เขารู้จักแถวนั้นว่า เห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว กางเกงสีดำผ่านมาทางนี้หรือเปล่า ชาวบ้านจึงบอกเขาว่า เห็นเดินไปบนโขดหินฝั่งตะวันออก เขาจึงรีบตามไป

                ชุบชีวามานั่งเล่นที่โขดหินตรงหน้าผาที่ติดกับหาดทรายและทะเล เธอนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว เธออยากนั่งมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าดูบ้างสักครั้งในชีวิต จนกระทั่งมีเสียงเรียกจากใครคนหนึ่ง

                อยู่นี่เอง ออกมาทำไมไม่บอกผม รู้มั้ยว่าผมเดินหาคุณจนทั่วหมดแล้ว เสียงตำหนิของชายหนุ่มทำเอาเธอยิ้ม เพราะนั่นแสดงว่าเขายังรักและเป็นห่วงเธออยู่

                ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจให้ต้องเป็นห่วง พี่เห็นกฤชษ์หลับอยู่ ก็เลยไม่อยากปลุก แต่ก็บอกกับพ่อแม่แล้วนี่คะ ว่าจะออกมาเดินเล่น เธอตอบเขาด้วยความเป็นจริง

                แล้วจะกลับได้หรือยังครับ มันจะมืดแล้วนะ เขาบอกเธอ เหมือนกับว่าเธอเด็กกว่าเขา

                ยังไม่กลับได้มั้ย อยากดูพระอาทิตย์ตกดินก่อนอะ ดูสิ ใกล้จะตกดินแล้ว สวยจังเลย นะกฤชษ์ อยู่อีกแป๊บเดียวนะ นะ เธออ้อนเขา มันทำให้เขาใจอ่อนจนได้

                เขาและเธอนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน เธอกอดแขนและซบไหล่เขา  ช่วงเวลานี้สำหรับชุบชีวา มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่เธอเฝ้าฝันมานาน

แต่สำหรับกฤชษ์มันกลับทำให้เขาลำบากใจมากขึ้น เขาตั้งใจว่าจะบอกเลิกเธอ ช่วงที่เขามาพักที่นี่ แต่เมื่อเห็นเธอกำลังมีความสุข เขากลับลังเล เขารู้สึกผิดที่ทำร้ายเธอ ทั้งๆที่เขาเคยบอกรักเธอมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถทรยศความรู้สึกของตัวเองได้ รวมถึงเขาไม่อาจที่จะทำร้ายอรลดา หญิงสาวที่เขารักหมดหัวใจได้เช่นกัน

                ทั้งสองกลับมาถึงบ้านในเวลาอาหารเย็นพอดี ครอบครัวเขาจะกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างนี้เสมอ น้องชายของกฤชษ์กลับมาแล้ว ก็เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน แต่เมื่อถึงเวลาอาหารก็จะออกมากินข้าวพร้อมกัน

                เมื่อก้อง น้องชายคนรองมาถึงโต๊ะอาหาร สิ่งแรกที่เขามองกลับไม่ใช่อาหารบนโต๊ะ แต่เป็นผู้หญิงคนที่นั่งข้างพี่ชายของเขา เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร ก้องยังคงจ้องเธอ ตาไม่กระพริบเหมือนตอนที่เธอถูกจ้องจากสายตาพ่อแม่ของเขา ตอนมาถึงเมื่อตอนบ่าย

                นี่ๆ แกจะจ้องอะไรหนักหนาฮะ ไอ้ก้อง คนนะเว้ย ไม่ใช่สัตว์ประหลาด จ้องอยู่นั่นแหละ เสียมารยาทจริงๆ พี่ชายคนโตเอ็ดน้อง เมื่อเห็นว่าน้องชายกำลังเสียมารยาทกับเมียของเขาอยู่

                เมื่อได้ยินพี่ชายว่าอย่างนั้น น้องชายถึงหยุดจ้องได้ แล้วกฤชษ์ก็แนะนำให้น้องรู้จักกับชุบชีวา  เมียของเขา

                ทั้งหมดร่วมกินอาหารเย็นด้วยกัน โดยที่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร นอกจากถามคำตอบคำ ดูก็รู้ว่าทุกคนในครอบครัวของกฤชษ์นั้น กำลังออกอาการเกร็งแขกผู้มาเยือน 

                ส่วนแขกคนสำคัญนั้น ได้แต่ยิ้ม และแสดงไมตรีจิตกับทุกคน เพราะเธอถือว่านี่เป็นครอบครัวของคนที่เธอรัก เธอจึงให้เกียรติทุกคนเป็นอย่างดี

                -----------------------------------------------------------------------

                ในห้องนอน เขากระสับกระส่ายเพราะความคิดถึงอรลดา เขาบอกเธอว่าเขาจะมาทำธุระที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่เขามาถึงบ้าน อรลดาโทรมาหาเขาหลายครั้ง แต่เขาไม่ได้รับสายเธอเลยสักครั้งเดียว เพราะชุบชีวาอยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะกลัวชุบชีวาจะรู้ความจริง เพียงแต่เขายังไม่อยากให้รู้ตอนนี้เท่านั้นเอง

                เมื่อเขาแน่ใจว่าชุบชีวาหลับไปแล้ว เขาจึงค่อยๆย่องออกมาโทรศัพท์หาอรลดา ตอนนี้เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ไม่รู้ว่าเธอจะหลับไปแล้วหรือยัง

                เสียงโทรศัพท์ปลุกให้อรลดาต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อเธอเห็นว่าสายที่โทรเข้ามานั้นคือ กฤชษ์ แฟนหนุ่มเธอจึงรีบกดรับทันที

                ฮัลโหลค่ะ

                จ้ะอร ผมเอง โทษทีนะที่ไม่ได้รับสาย บังเอิญผมออกไปดูงานข้างนอกมา แล้วไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปน่ะจ้ะ เขารีบแก้ตัวก่อนที่เธอจะโกรธ

                ตอนแรกก็นึกว่าอยู่กับผู้หญิงคนอื่นซะอีก ถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์  คำพูดของเธอมันแทงใจดำของอีกฝ่ายอย่างจัง เขานิ่งไปก่อนที่จะพูดว่า

                ไม่ใช่อย่างนั้นนะอร โถๆ อย่าประชดประชันผมสิครับ ยังไงผมก็รักคุณคนเดียวนะ เขาออดอ้อน

                เธอหัวเราะชอบใจกับน้ำเสียงของเขา อรลดาเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ เธอเลยไม่คิดระแวงแต่อย่างใด

                อรเชื่อค่ะ แล้ววันนี้เป็นไงบ้างคะ สนุกหรือเปล่า?

                สนุกที่ไหนละครับ ถ้ามากับอรก็ว่าไปอย่าง อีกอย่างมาทำงานนะครับ ไม่ได้มาเที่ยว ถึงจะได้สนุกน่ะ 

                ค๊า ทราบแล้ว ว่าแต่จะกลับเมื่อไหร่คะ อรอยากไปดูหนังกับคุณอะ

                ก็อีกประมาณ 2-3 วันครับ อรจะไปดูเรื่องไรหรอ

                ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนลืมเวลาที่ล่วงเลยมาจนข้ามวันใหม่แล้ว จนต้องบอกลากัน เพื่อจะไปนอนพักผ่อน

                กฤชษ์เดินกลับเข้ามาในห้องนอน ก่อนที่เขาจะล้มตัวลงนอน เขามองไปยังผู้หญิงที่นอนข้างๆเขา เธอหลับอย่างมีความสุข เขาไม่เคยสังเกตเวลาเธอนอนเลยสักครั้ง  ดวงหน้าขาวใส แม้เวลาที่เธอไม่แต่งหน้า เธอยังดูสวยเสมอ เขาหลงรักเธอตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่วันนี้คนที่เขารักกลับไม่ใช่เธอ เธอจะเป็นยังไงมั่ง ถ้าถึงวันที่เขาบอกเลิกเธอ....เขาคิด

                เช้ามาวันต่อมา ชุบชีวาตื่นขึ้นมาแต่เช้า เพราะความเคยชิน จนสร้างความแปลกใจให้กับแม่สามีของเธอเป็นอย่างมาก

                อ้าวคุณ ทำไมถึงได้ตื่นแต่เช้าละ นอนไม่ค่อยหลับหรอ อย่างว่าแหละนะ มันคงไม่สบายเหมือนกับที่คุณเคยนอนหรอก นางพูดเอง เออเอง ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้อธิบาย

                ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคุณแม่ คือชุบชินกับการตื่นเช้าน่ะค่ะ คุณแม่มีอะไรให้ชุบช่วยหรือเปล่าคะ? เธอขันอาสา

                ก็มีแต่งานในครัวน่ะ คุณไปพักผ่อนเถอะ ฉันทำคนเดียวได้ นางปฏิเสธให้เธอช่วยเหลือ แต่เธอก็ยังดึงดันที่จะช่วยให้ได้

          เมื่อเห็นความดื้อรั้นที่จะช่วยให้ได้ นางจึงคิดที่จะแกล้งด้วยการให้เธอโชว์ฝีมือทำอาหารเช้าเสียเลย  ไม่หน้าแตกให้มันรู้ไป...นางคิด

                แน่ใจหรอว่าจะช่วย?

                ค่ะ คุณแม่จะให้ช่วยอะไรคะ บอกมาได้เลย เธอรับอาสา เพราะเธออยากช่วยจริงๆ ไม่ได้แกล้งพูดเพื่อเอาใจแม่ผัว

                งั้นเธอช่วยทำอาหารเช้าหน่อยได้มั้ย คือฉันว่าจะออกไปซื้อของที่ตลาดหน่อยน่ะ

                ได้ค่ะ แล้วจะให้ชุบทำอะไรดีคะ?

                อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ที่เธอทำได้ ข้าวของอยู่ในตู้เย็นไปดูเองแล้วกันนะ ทำได้หรือเปล่าละ? นางถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

                ได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เธอตอบด้วยความมั่นใจ

                หลังจากที่นางอุไรยกหน้าที่ให้เมียลูกชายคนโตทำอาหาร นางก็ออกไปตลาดอย่างที่นางบอกจริงๆ แต่ไปเพื่อฆ่าเวลาเท่านั้น อีกสักชั่วโมงค่อยกลับ ถึงตอนนั้นเธอคงจะทำเสร็จแล้ว

                -----------------------------------------------------------------

                6 โมงเช้า กฤชษ์ตื่นขึ้นมา เขาแปลกใจที่ไม่เห็นชุบชีวานอนอยู่ข้างๆ เมื่อเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ จึงออกไปดู เขาเห็นเธอกำลังจัดเตรียมอาหารอยู่ในครัว

                ตื่นขึ้นมาทำกับข้าวแต่เช้าเลยหรอเนี่ย ทำไมไม่ให้แม่ผมทำละ คุณทำเป็นด้วยหรอ เขาถาม

                อ่อ..คุณแม่ท่านออกไปตลาดน่ะ พี่ก็เลยอาสาทำกับข้าวเอง ส่วนเรื่องรสชาติ กฤชษ์ช่วยชิมหน่อยสิ ว่าใช้ได้มั้ย

                เขามองหน้าตาอาหารที่วางบนโต๊ะ ถือว่าอาหารน่ากินใช้ได้ แต่เรื่องรสชาตินี่สิ ต้องลองชิมดู

                เขาตักต้มข่าไก่ขึ้นมาชิม แล้วพูดว่า

                อืม...รสชาติอร่อยดีนะเนี่ย ไม่ยักรู้ว่าคุณทำกับข้าวเป็นด้วย

                เธอยิ้มอย่างดีใจที่เขาชอบรสชาติอาหารที่เธอทำ เธอไม่ได้ทำเป็นแค่กับข้าวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเย็บผ้า งานฝีมือต่างๆ เธอก็ทำเป็น เพราะเมื่อก่อนเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ

                7 โมงครึ่งอาหารก็ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย กับข้าวดูน่ากินทั้งสิ้น จนสร้างความประหลาดใจให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่สามีที่หวังจะแกล้งให้เธอหน้าแตก

                ทุกคนกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีใครบ่นสักคำ กฤชษ์กินข้าวได้เยอะกว่าปกติ แค่นี้ก็สร้างความดีใจให้กับคนทำมากพอแล้ว

                หลังอาหารเช้า ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว โดยแม่ของเขาบอกว่าจะไปถวายเพลที่วัด เลยชวนกฤชษ์และชุบชีวาไปด้วย ความจริงนางต้องการเพียงแต่ให้ลูกชายไปคนเดียวเท่านั้น แต่ที่ต้องชวนเมียเขาไปด้วย เพราะสามีแกบอกว่าถ้าไม่ชวนมันจะน่าเกลียด นางเลยต้องจำใจ

                เมื่อไปถึงวัด นางเองก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง ที่เธอจัดเตรียมข้าวของอย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ต้องกล่าวบทสวดถวายภัตตาหารแด่พระคุณเจ้า เธอก็ไม่ติดขัดเลยแม้แต่นิดเดียว กระทั่งกฤชษ์เอง เขาก็ยังอดแปลกใจไม่ได้

                -----------------------------------------------------------------

                ตกตอนบ่ายแก่ๆ วันนี้อากาศร้อนอบอ้าว ชุบชีวาเลยเลือกที่จะไปเดินเล่นแทนที่จะอยู่แต่ในบ้าน เธอชวนกฤชษ์ออกไปด้วย  แต่เขาปฏิเสธ เธอเลยต้องออกไปคนเดียว เธอชินกับอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆของเขา มีบ้างที่เธอน้อยใจที่เขาเย็นชากับเธอ แต่มันก็ไม่นาน อาจจะเป็นเพราะความรักทำให้คนตาบอด เหมือนอย่างที่คนอื่นเปรียบเทียบกันก็ได้

                วันนี้ชุบชีวาใส่ชุดแซกซีทรูสีฟ้าน้ำทะเล เข้ากับบรรยากาศชายทะเลได้เป็นอย่างดี ภาพที่หลายคนเห็นตอนเธอเดินเล่นก็คือ ผู้หญิงผิวขาว รูปร่างได้สัดส่วน หน้าตาสวยไม่มีที่ติ ทำเอาชายหนุ่มหลายคนถึงกับจ้องมองเธอ ยามที่เธอเดินผ่าน

                เธอเดินเล่นคนเดียวอยู่นาน จนสายตาไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า เธอเห็นเรือสปีดโบ็ทลำหนึ่งจอดอยู่ เธออยากที่จะออกไปเที่ยวกลางทะเล เลยมองหาเจ้าของเรือ เพื่อที่จะขอเช่า ไม่นานนักเจ้าของเรือก็เดินมาหาเธอ เพื่อจะถามว่าเธอต้องการอะไร

                ต้องการให้ช่วยอะไรมั้ยครับ? เจ้าของเรือถาม

                เมื่อเธอหันหน้ามามอง เธอเองก็ต้องแปลกใจ เมื่อคนที่ถามเธอก็คือ น้องชายของคนรักเธอ และเขาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะเป็นพี่สะใภ้คนสวย

                อ้าว ก้อง มาทำอะไรแถวนี้ละจ๊ะ? เธอถามเพราะตรงที่เรือจอดมันห่างจากที่บ้านเขาไกลเหมือนกัน

                คือ ผม ผมเอาเรือมาเติมน้ำมันน่ะครับ เขาตอบ

                นี่เรือลำนี้เป็นของก้องหรอ ดีจังเลย เพราะพี่กำลังมองหาเจ้าของเรืออยู่พอดี คือพี่อยากจะเช่าเรือลำนี้น่ะ

                จะไปไหนหรอครับ?

          จะออกไปท่องทะเลหน่อยอะ  ว่าแต่พี่เช่าเรือลำนี้ได้มั้ย

                ไม่ต้องเช่าหรอกครับ แต่คุณจะขับเรือเองหรือว่าจะให้ผมขับให้ครับ

                อ่อ พี่ขับเรือเป็นน่ะ ไม่รบกวนเธอหรอก ว่าแต่เรืออยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานใช่มั้ย

                ครับ ผมเพิ่งตรวจสภาพการใช้งานเมื่อเช้านี่เอง ว่าแต่แน่ใจหรือครับ ว่าไม่ให้ใครไปเป็นเพื่อน เขาถามย้ำให้แน่ใจว่าเธอต้องการอย่างนั้นจริงๆ

                อืมๆ ฝากบอกพี่ชายเธอด้วยนะจ๊ะ เธอพูดจบ ก็ขึ้นเรือไป

เธอขับเรือออกไปกลางทะเลแล้ว ทิ้งให้น้องชายของสามียืนมอง เขาอยากจะไปเป็นเพื่อนเธอจะแย่ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ต้องการเพื่อน

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 7

posted on 15 Aug 2009 00:54 by prada-story  in niyay

1 ปีผ่านไป กฤชษ์ยังคงใช้ชีวิตคู่อยู่กับชุบชีวา โดยที่ไม่ได้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง นอกจากคนใกล้ตัว

                วันนี้ครบรอบ 1 ปีที่ทั้งสองตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ความจริงมันเป็นวันที่เขาสารภาพรักกับเธอต่างหาก และวันนี้เมื่อปีที่แล้วนี้เอง ที่เขาได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเธอ

                ชุบชีวา วางแผนว่าอาทิตย์นี้เธอจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเขา โดยที่เธอขอให้เขาพาเธอไปเที่ยวบ้านที่จ.ชลบุรี แรกๆกฤชษ์เองก็ดูไม่ค่อยจะคล้อยตามเท่าไรนัก แต่เมื่อเธอยืนยันว่าอยากจะไป เขาเลยต้องตามใจ ทั้งๆที่ในใจรู้ดีว่า ทางครอบครัวเขาจะว่าอย่างไร เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะไปบ้านเขา

                แม่ครับ คืออาทิตย์นี้ผมจะกลับบ้านนะครับแม่ กฤชษ์ ลูกชายคนโตโทรไปบอกมารดาเพื่อให้รู้ว่าเขากำลังจะกลับบ้าน

                จริงหรอลูก ก็ดีนะสิ แม่ไม่ได้เจอหน้ากฤชษ์มาตั้งนานแล้วนะ ผู้เป็นแม่ดีใจ เมื่อรู้ว่าลูกชายคนโตจะกลับบ้าน

                ครับแม่ แต่ว่าคราวนี้ผมจะพาคุณชุบชีวาไปด้วยนะครับ

                อะไรนะ....เมื่อกี้แกว่าจะพาใครมาด้วยนะ?

                คุณชุบชีวาครับ

                เมื่อได้ยินชื่อชัดเจน ผู้เป็นแม่ถึงกับพูดไม่ออก หล่อนรู้ดีว่าผู้หญิงคนที่ลูกชายจะพามาด้วยนั้น เป็นใคร และเป็นอะไรกับลูกชาย

                จะดีหรอ แน่ใจแล้วหรอว่าจะพามาด้วย  ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

                ครับ เธออยากจะไปเที่ยวที่บ้านเรา

                ตามใจแกแล้วกัน จะพาเมียมาเที่ยวบ้านก็ตามใจ แม่ไม่ว่าอะไรหรอก

                แม้ปากจะบอกว่าไม่ได้ว่าอะไร แต่นางอุไร มารดาของกฤชษ์ก็รู้แก่ใจดีว่า นางไม่ค่อยยินดีนักที่รู้ว่าลูกชายมีเมียแก่กว่าตัวเองถึง 10 ปี ไม่ใช่แค่นางคนเดียว ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสามีนาง และลูกๆอีก 2 คนก็ไม่มีใครเห็นด้วยเลยสักนิดที่พี่ชายคนโตมีเมียแก่กว่า แม้ว่าหล่อนจะมีเงินทองมากมายก็ตาม

                คนที่นางและครอบครัวอยากได้มาเป็นสะใภ้คือ อรลดา ต่างหากเล่า หญิงสาวที่เป็นเพื่อนสนิทของลูกชาย ที่รู้จักกันมาเกือบปีแล้ว นางจำได้ว่า ลูกชายเคยพามาเที่ยวที่บ้านครั้งหนึ่ง เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ตอนนั้นอรลดาอยากที่จะพาเพื่อนชาวต่างชาติของเธอมาเที่ยวที่ชลบุรี  กฤชษ์ เลยอาสามาเป็นไกด์พาเที่ยวให้ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก จนที่บ้านแอบเชียร์ให้หลงเอยกันเสียรู้แล้วรู้รอดไป  แต่ปัญหามันก็ติดอยู่ที่ว่า  เมียสูงอายุของกฤชษ์ คนที่กำลังจะมาเที่ยวที่บ้านอาทิตย์นี้แหละ

                นางฟังจากน้ำเสียงของลูกชายก็พอจะเดาได้ว่า เขาเองก็ไม่ได้อยากจะพามาเที่ยวที่บ้านเท่าไหร่นัก เหตุผลก็เพราะว่า ไม่อยากให้ชาวบ้านแถวนี้รู้ แล้วเอาไปนินทากัน แต่ก็คงจะขัดใจเมียไม่ได้เหมือนกัน

                ต่างกับตอนที่พาอรลดามาที่บ้าน ดูท่าทางลูกชายของนางจะมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด เขาสั่งไม่ให้คนในบ้านเล่าเรื่องระหว่างเขากับชุบชีวาให้เธอฟังอย่างเด็ดขาด ซึ่งนางเองก็พอจะรู้เหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร

                -----------------------------------------------------------------

                เวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างกฤชษ์กับอรลดาก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกับกาลเวลา เริ่มแรกพวกเขาคบกันในฐานะเพื่อนเท่านั้น แต่ความใกล้ชิดบวกกับความเข้าใจในกันและกัน กลับก่อให้เกิดความผูกพันอย่างน่าประหลาด 

                กฤชษ์  ชอบอรลดาตรงที่เธอเป็นคนร่าเริง แจ่มใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย และมองโลกในแง่ดีตลอด เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอ

ไม่ว่าจะพูดคุยกันเรื่องอะไร พวกเขาก็จะสื่อสารกันได้รวดเร็ว เหมือนเป็นคนคุ้นเคยกันมานาน ทั้งๆที่พวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ

                ส่วนอรลดา เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันแรกที่ได้คุยกัน จึงไม่น่าแปลกที่เธอจะรู้สึกดีที่ได้ใกล้ชิดเขา

                และเมื่อ 4 เดือนที่แล้วที่เธอได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านเขา มันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองแนบแน่นยิ่งขึ้น เธอเข้ากับทางครอบครัวเขาได้ดี ทุกคนในครอบครัวเขาดีกับเธอมาก ซะจนเธออยากกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

                อรลดามั่นใจว่ากฤชษ์ยังไม่มีแฟน เพราะเธอไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงคนรักเลยสักครั้ง และที่บ้านของเขาก็ยังบอกกับเธอว่า เขายังโสด อีกด้วย

                อรลดารู้สึกโล่งใจที่ยังน้อยเธอก็ยังมีโอกาสที่จะได้รักเขาต่อไป  กฤชษ์เห็นอรลดานิ่งไป เขาเลยถามหญิงสาวว่า

                คิดอะไรอยู่หรออร นิ่งเหมือนโดนของเชียว

                บ้า ไม่ได้โดนของสักหน่อย อรก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอะค่ะ

                หรอ.... เอออาทิตย์นี้ผมจะไม่อยู่นะ คงไปเที่ยวกับอรไม่ได้

                อ้าว ทำไมละคะ จะไปไหนหรอ? เธอถามอย่างผิดหวัง

                คือผมจะไปดูงานที่ต่างจังหวัดกับเจ้านายน่ะ คงกลับมาประมาณวันจันทร์ อรไม่โกรธนะ เขาโกหกเธอ เพราะไม่อยากบอกความจริงกับเธอว่า เขาพาเมียไปเที่ยวบ้าน

                อืมค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวอรชวนเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวเป็นเพื่อนก็ได้

                เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย??? แล้วเค้าชื่ออะไร? ผมรู้จักหรือเปล่า? เขาถามหญิงสาวอย่างคาดคั้น ทำเอาเธอถึงกับตกใจที่ไม่คิดว่าเขาจะอยากรู้ขนาดนี้

                อยากรู้ไปทำไมกันคะ สนใจด้วยหรอเนี่ย?

                สนสิ  ไม่สนได้ไง บอกมาเร็วๆสิ ว่าจะไปกับเพื่อนคนไหน?

                กับแป้งเพื่อนที่คุณเจอเมื่อวันก่อนไงคะ จำได้มั้ย?

                แป้งหรอ อ่อๆๆ ผมจำได้แล้ว งั้นค่อยโล่งอกหน่อย เขาโล่งอก แต่หญิงสาวกลับอึดอัดเพราะอยากรู้ว่า ทำไมเขาถึงต้องพูดจาออกแนวหึงหวงเธอขนาดนี้ หรือว่าเขาจะมีใจให้กับเธอ

                ที่ว่าโล่งอก หมายความว่าไงกัน บอกมาสิคะ เธอคาดคั้นเขามั่ง

                ป่าว สักหน่อยก็แค่หวง เอ้ย!! ห่วงเฉยๆ

                เขายิ้ม แต่เธอยิ้มไม่ออก เพราะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรกันแน่ ตอนนี้เธอเอง อกก็แทบจะระเบิดอยู่แล้ว

                อ้าว นิ่งทำไมละ โกรธผมหรอเนี่ย

                เปล่าค่ะ ไม่มีไร

                ต้องมีสิ ไม่งั้นอยู่ๆ อรจะเงียบอย่างนี้ทำไม บอกผมมาสิอร ผมทำให้อรไม่พอใจเรื่องอะไร เขาถามเธออย่างคนที่แคร์ความรู้สึก

                กฤชษ์ มาทำดีกับอรอย่างนี้ เพื่ออะไรกัน บอกอรได้มั้ย

                ผม.....

                กฤชษ์อย่าทำเหมือนให้ความหวังอรได้มั้ยคะ อรขอร้อง อรไม่อยากเสียใจเพราะกฤชษ์ เธอพูดกับเขา ด้วยที่เสียงสั่นเครือ เหมือนคนกำลังจะร้องไห้

                ผมสาบานที่ผมทำไปทั้งหมด ผมไม่ได้ทำเพื่อให้ความหวังอร แต่ผมทำเพราะรู้สึกกับอรอย่างนั้นจริงๆ ผมสาบานได้ เขาเอ่ยคำสาบานต่อหน้าเธอ โดยขณะที่เขาพูดนั้น ในหัวใจเขาไม่ได้มี ชุบชีวา อยู่ในหัวใจอีกต่อไปแล้ว หากแต่มีเพียง อรลดา คนเดียวเท่านั้น เขามั่นใจ

                อรลดามองหน้าเขา น้ำตาไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะเธอกำลังเสียใจ แต่เป็นเพราะเธอกำลังดีใจที่เขารักเธอ เหมือนอย่างที่เธอรักเขาต่างหาก

                กฤชษ์ ก้มหน้าลงหอมหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา แต่สูดความหอมของหน้าผากเธอไว้เต็มปอด เขารักเธอหมดหัวใจจริงๆ และครั้งนี้มันไม่เหมือนกับ 1 ปีที่แล้วที่เขาบอกว่ารักชุบชีวา มันไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

                ครั้งนี้เขาทะนุถนอมอรลดาไม่ให้เธอต้องมัวหมองก่อนวันที่เขาทั้งสองจะแต่งงานกัน เธอเองก็ยินดีที่เขาให้เกียรติเธอ เขาเพียงแต่หอมแก้มเธอ และลิ้มรสจูบจากปากของเธอแต่เพียงเท่านั้น แค่เพียงเท่านี้เขาก็มีความสุขเกินกว่าจะบรรยายได้แล้ว

                ---------------------------------------------------------------------

ความสัมพันธ์ของกฤชษ์กับอรลดา ไม่เคยล่วงรู้ถึงหูชุบชีวาเลยแม้แต่นิด เพราะเธอกำลังง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาใหญ่ของบริษัทที่กำลังประสบ

                แม้แต่ความหวาดระแวงว่าผู้ชายที่เธอรักจะปันใจไปให้ผู้หญิงคนอื่น ก็ไม่มีอยู่ในหัวของเธอ เพราะเธอรักและไว้ใจกฤชษ์มากเกินกว่าจะเก็บมาคิด ชุบชีวาไม่อยากหึงหวงเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอกลัวเขาจะไม่พอใจ และพาลเบื่อเธอ เธอไม่อยากให้เขาทิ้งเธอไป เพราะถ้ามีวันนั้น เธอก็คงแทบไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ

                ส่วนอรลดา เธอทำงานเป็นเลขาฯให้ชุบชีวามาตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่านับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทแห่งนี้ เธอรู้นิสัยของเจ้านายสาวของเธอดีว่าเป็นคนอย่างไร แม้ภายนอกจะดูเงียบขรึม แต่ลึกๆแล้ว เจ้านายเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้แต่ความเก่ง และความสวยเท่านั้น ท่านยังเป็นคนที่มีจิตใจงดงามอีกด้วย เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ชุบชีวาไว้ใจให้ทำงานสำคัญๆให้เสมอ

                ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินให้องค์กรกุศลต่างๆ รวมถึงการส่งเงินไปให้ครอบครัวที่ยากไร้ และเด็กๆกำพร้าที่เจ้านายอุปการะอีกด้วย เป็นเวลาทุกเดือนๆตลอด 2 ปีที่เธอทำงานมา

                เธอเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเจ้านายของเธอถึงยอมบริจาคเงินที่ท่านอุตส่าห์สร้างมาเพื่อคนอื่นได้มากมายขนาดนี้ด้วย ทั้งๆที่พวกเขาก็ไม่ได้ญาติกับเจ้านายเลยสักนิดเดียว  เจ้านายของเธอไม่เคยลืมที่จะทำภารกิจสำคัญนี้เลย แม้กระทั่งเวลาที่เธอกำลังยุ่งอยู่กับงาน และการแก้ปัญหาของบริษัท

                อรลดา เธอช่วยเอาเช็คใบนี้ไปให้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่จ.อยุธยาหน่อยนะ ฉันเซ็นเรียบร้อยแล้ว

                ท่านคะ ท่านอุปการะเด็กๆที่อยุธยาด้วยหรอคะ ดิฉันไม่เห็นเคยทราบมาก่อน เธอถามเจ้านายด้วยความสงสัย

                เธอจะรู้มาก่อนได้ไง ก็ฉันเพิ่งบอกเมื่อกี้นี้เอง อย่าถามมากนักเลย ทำตามที่ฉันสั่งเถอะ  อ่อ..แล้วอีกอย่าง ฉันจะไม่เข้าบริษัทสัก 4-5 วันนะ

                ท่านจะไปไหนหรอคะ เผื่อมีคนถาม ดิฉันจะได้ตอบถูก

                ฉันจะไปพักผ่อนกับครอบครัว บอกไปอย่างนี้ก็แล้วกัน

                ค่ะท่าน พูดจบอรลดาก็ขอตัวออกไป

                อรลดาไม่เคยรู้เลยว่า คนรักของเธอนั้นจะเป็นคนๆเดียวกันกับคนรักของเจ้านายที่เธอรักและเคารพ

                เช่นเดียวกับชุบชีวา เธอเองก็ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า เลขาฯคนสนิทของเธอ ที่เธอไว้ใจมากที่สุดกำลังจะเป็นคนที่จะมาแย่งความรักของเธอไป

                แต่คนที่รู้ดีที่สุดก็คือ กฤชษ์ เขารู้ดีว่าในขณะที่เขาได้ชื่อว่าเป็นสามีของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ในใจของเขากลับมีแต่ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขารักหมดหัวใจ เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจของชุบชีวา ผู้หญิงอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา แต่ถ้าต้องเลือก เขาขอเลือกอรลดา และมันก็ไม่มีทางไหนที่ดีกว่านี้ เขาจะให้อรลดารู้เรื่องระหว่างเขากับชุบชีวาไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้เธอเสียใจ เขาต้องหาทางบอกเลิกกับชุบชีวาให้เร็วที่สุด ตอนนี้จึงได้แต่พยายามไม่ให้อรลดารู้ความจริงก่อนที่เขาจะบอกเลิกกับชุบชีวา

                -------------------------------------------------------------------------

                ภายในบ้านชุบชีวา ยิ่งนานวันบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไป คุณผู้ชายของบ้านหลังนี้กลับบ้านไม่ค่อยตรงเวลาเหมือนเมื่อก่อน บ่อยครั้งที่ชุบชีวาต้องกินข้าวเย็นคนเดียว เพราะกฤชษ์มักจะบอกว่า ช่วงนี้เขางานยุ่ง  หรือไม่ก็ขอไปเที่ยวกับเพื่อน  ซึ่งเธอก็ไม่เคยว่าอะไรเขาเลย

                เธอมักจะนั่งรอเขาจนดึกดื่นเสมอ เพราะความเป็นห่วง หลายครั้งที่ต้องรอเก้อ เพราะเขาไม่ยอมกลับบ้าน อ้างว่าเมาไม่อยากขับรถกลับ ขอนอนบ้านเพื่อนแทน  ชุบชีวาอาสาจะขับรถไปรับเขา แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง เขามักจะโมโหเมื่อรู้ว่าเธอยืนยันจะไปรับเขาเวลาที่เขาออกไปเที่ยว

                เธอรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ดี  แต่ก็พยายามที่จะไม่ใส่ใจ เพราะยังเชื่อในคำสัญญาของเขา ที่เคยบอกเธอว่า เขาจะรักเธอ และจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ  เธอเชื่อเขาเสมอ

                ส่วนเรื่องบนเตียงของเธอและเขา ก็จะเป็นไปแบบนานๆครั้ง เธอไม่ได้มีความต้องการในเรื่องนี้สูง ก็เลยไม่รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป เพียงแค่ขอให้เขานอนข้างๆเธอทุกคืน ให้เธอได้กอดเขาก็พอ

                ส่วนคืนที่กฤชษ์ไม่ได้ออกไปไหน หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเขาก็เข้าห้องทำงานทันที โดยบอกกับเธอว่าจะขอเคลียร์งานให้เสร็จ ให้เธอไม่ต้องรอเขา เข้านอนได้เลย

                ภายในห้องทำงานเขาไม่ได้สะสางงานอย่างที่บอกชุบชีวา แต่เขากำลังคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนพิเศษสำหรับเขา พอคุยเสร็จเขาถึงจะเข้านอน...

          ภายในห้องนอน บนเตียงอันหนานุ่ม เสียงเตียงสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่ต้องเดาเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบนเตียงนั้น กฤชษ์เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง และหนักหน่วงเข้าใส่ร่างกายของชุบชีวา อาการของเขาเหมือนคนที่ว่างเว้นจากเรื่องอย่างนี้มานาน แต่แท้จริงแล้วเขาก็ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเธอมานานพอสมควร ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งกับเธออีก เพราะไม่อยากทำผิดกับอรลดา แต่ก็ไม่สามารถทนทานต่อความต้องการตามธรรมชาติของตัวเองได้ ประกอบกับเวลาที่เขาได้เห็นเรือนร่างของผู้หญิงคนที่เขากำลังกระแทกความเป็นชายใส่ทีไร เขามักจะอดใจไม่ไหวเสียทุกที

                เรือนร่างขาวเนียน นุ่มละมุน เนียนไปทั่วทุกส่วนสัด เอวคอดกิ่ว หน้าท้องแบนราบ และสะโพกกลมกลึงได้รูป ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะเป็นของผู้หญิงวัยสามสิบกว่าอย่างนี้

                เขาลืมหน้าของอรลดาไปเสียหมด ตอนนี้เขาคิดได้เพียงว่า เขากำลังมีความสุขอย่างเหลือเกิน ชุบชีวาเอาใจเขาทุกอย่างในเรื่องอย่างว่า และรู้ใจเขาไปหมดว่าเขาต้องการแบบไหน และอย่างไร  เขายังนึกหวั่นใจว่า ถ้าต้องเลิกรากันไป จะหาความสุขกับผู้หญิงคนอื่นได้เหมือนกับที่เขากำลังมีความสุขกับเธอหรือเปล่า

                อูยยยย กฤชษ์จ๋า ทนไม่ไหวแล้ว โอยยยย อึมมมม ฝ่ายหญิงบอกน้ำเสียงเหมือนคนกำลังสำลักความสุข

                เขาไม่ตอบ มีแต่เพียงเสียงครางในลำคอเบาๆ และลมหายใจหอบแรงเท่านั้น เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างอะไรไปจากเธอ เขากำลังจะเสร็จสมอีกในไม่ช้านี้

                กฤชษ์เร่งเครื่องเครากระแทกกระทั้นจนหญิงสาวตัวลอย หลังไม่ติดเตียง เธอเสียวซ่านอย่างที่สุด จนเก็บความรู้สึกไม่ไหว ต้องร้องออกมา พร้อมๆกับความรู้สึกเหมือนมีน้ำอุ่นๆฉีดเข้ามาในร่างของเธอ

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 6

posted on 15 Aug 2009 00:52 by prada-story  in niyay

                 ที่โรงพยาบาล  อรลดาฟื้นขึ้นมาในตอนเช้า พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาล เธอรู้สึกโล่งใจที่เธอปลอดภัยจากไอ้คนชั่วคนนั้นได้ แต่ก็รู้สึกระบมไปทั่วร่างกาย เธอจำไม่ได้ว่าไปโดนอะไรมา ก่อนที่จะสลบ เธอจำได้ว่ากำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตจนไปชนอะไรบางอย่างเข้า

                เป็นไงบ้างคะคุณ รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง เสียงพยาบาลสาวถามอาการของเธอ

                ร่างกายของฉัน มันระบมไปหมดเลยค่ะ คุณพยาบาล เธอตอบ

                ค่ะ ก็เมื่อคืนคุณโดนรถเฉี่ยวนี่คะ โชคดีนะคะที่ไม่เป็นอะไรมาก พยาบาลบอกเธอให้รู้ถึงสาเหตุของอาการเจ็บระบม

                ดิฉันโดนรถเฉี่ยวหรอคะ มิน่าละ เจ็บไปหมดเลย แล้วใครเป็นคนพาฉันมาส่งโรงพยาบาลคะ? เธอถาม

                อ๋อ..ก็คนที่เฉี่ยวคุณนั่นแหละค่ะ เป็นคนพาคุณมาส่งโรงพยาบาล เขาจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้คุณแล้วนะคะ เขากลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วละค่ะ เขาฝากจดหมายให้คุณด้วย

                เธอพยักหน้ารับรู้ และก็ยื่นมือไปรับจดหมายจากพยาบาล เนื้อความในจดหมายบอกว่า

                เมื่อคืนคุณวิ่งมาชนรถผมนะครับ โชคดีที่ผมขับไม่เร็วมาก เลยเบรกทัน ผมถามคุณหมอแล้ว คุณหมอบอกว่า คุณไม่เป็นอะไรมาก แค่ฟกช้ำตามตัวนิดหน่อย ผมก็เลยกลับไปก่อน ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาล ผมยินดีรับผิดชอบทั้งหมดนะครับ แต่ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่ม ก็โทรติดต่อผมได้ที่เบอร์นี้............

ผมชื่อ กฤชษ์ ครับ

เธออ่านข้อความจบแล้วนึกขอบคุณเขาในใจ ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของเขาเลยสักนิด เธอเองต่างหากที่วิ่งไปชนรถเขาเอง เขายังมีน้ำใจพาเธอมาส่งโรงพยาบาล แถมออกค่ารักษาให้อีกต่างหาก

แต่แล้วเธอก็นึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา ตายแล้ว เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับบ้านนี่นา ที่บ้านคงเป็นห่วงเธอกันแย่แล้ว  จากนั้นเธอก็รีบโทรศัพท์ไปบอกทางบ้านให้รู้ว่า ตอนนี้เธอปลอดภัย และอยู่ที่โรงพยาบาล

------------------------------------------------------------

เมื่อคืนกฤชษ์กลับมาถึงบ้านช้า ทำให้ชุบชีวาพลอยไปห่วงเขาอย่างมาก แต่พอรู้ว่าเขาปลอดภัยดี เธอก็โล่งอก เขาบอกกับชุบชีวาว่า มีคนวิ่งมาชนรถเขา เขาเลยต้องพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลก่อน เลยกลับมาถึงบ้านช้า

เธอเข้าใจดี ไม่ได้ว่าอะไรเขา  เธอดีใจที่เขาไม่โกรธเธอแล้ว กฤชษ์เลยต้องอธิบายว่า เมื่อคืนก่อนเขาไม่ได้โกรธเธอเลย เพียงแต่จะแกล้งเธอเล่นก็เท่านั้น ได้ฟังคำพูดของคนรัก ชุบชีวาถึงกลับปล่อยโฮ ที่เขาแกล้งเธอ ทำให้เธอไม่สบายใจมากถึงขนาดนี้  เขาเลยต้องปลอบเธอยกใหญ่ 

คืนนั้น ชุบชีวากับกฤชษ์นอดกอดกันอย่างมีความสุข  เขาสัญญากับเธอว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก เธอเองก็สัญญากับเขาเหมือนกันว่า เธอจะไม่มีวันทำให้เขาต้องเสียใจ เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขา เธอยอมเจ็บเองเสียดีกว่า จะให้เขาเจ็บ....

---------------------------------------------------------------------

ที่บริษัท...ชุบชีวามาทำงานตอนเช้า เธอไม่เห็นหน้าเลขาฯของเธอ ทำให้เอะใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอรลดาหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนอรลดาไปส่งเธอที่บ้าน แล้วเธอเองก็ลืมโทรไปถามว่า ปลอดภัยดีหรือไม่

มีพนักงานหน้าเค้าเตอร์มาบอกเธอว่า อรลดาโทรเข้ามาขอลาป่วย ไม่สามารถเข้ามาทำงานวันนี้ได้  เธอถามว่า อรลดาบอกหรือเปล่าว่าเป็นอะไร พนักงานคนที่รับโทรศัพท์ก็บอกแต่เพียงว่า อรลดาไม่ได้บอกไว้ว่า ไม่สบายเป็นอะไร..

เธอจึงต้องโทรไปถามด้วยตัวเอง

ฮัลโหล อรลดา เป็นอะไรหรือเปล่า?

สวัสดีค่ะท่าน ดิฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ เมื่อคืนเดินตกบันไดบ้าน ขาแพลงน่ะค่ะ ดิฉันซุ่มซ่ามเอง ขอโทษท่านด้วยนะคะ ที่วันนี้ไม่ได้ไปทำงาน  เธอโกหก ไม่อยากบอกความจริงว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

อ้าวหรอ ฉันก็นึกเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย?

ไม่เป็นไรมากค่ะท่าน แต่ระบมนิดหน่อย ดิฉันขออนุญาตท่านลาสัก 2-3 วันได้มั้ยคะ?

อืมๆ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว เธอรักษาตัวให้หายดีเถอะ ไม่ต้องห่วงเรื่องงานหรอก ฉันอนุญาตให้ลาได้

ขอบคุณท่านมากนะคะ ถ้าดิฉันหายดีแล้ว จะรีบกลับไปทำงานให้เร็วที่สุดเลยค่ะ

เอาล่ะๆ ไม่มีอะไรแล้ว เดี๋ยวฉันจะทำงานต่อละ แค่นี้นะ

ค่ะท่าน สวัสดีค่ะ

สิ้นบทสนทนา อรลดารู้สึกโล่งใจที่เจ้านายเธออนุญาตให้ลาได้ โดยที่ไม่โดนตำหนิอะไร

เธอตัดสินใจที่จะนอนพักเอาแรง เพราะรู้สึกเพลียจากยา

-------------------------------------------------------------

ด้านกฤชษ์ เขายังคงใช้ชีวิตเหมือนเช่นปกติ วันนี้เขาไปนั่งเรียนที่มหาวิทยาลัย เขานึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาขับรถไปชนหญิงสาวคนหนึ่งเข้า ไม่รู้ว่าป่านนี้อาการของเธอจะเป็นไงบ้าง เขากะว่าวันนี้ก่อนกลับบ้าน จะแวะไปเยี่ยมดูอาการเธอสักหน่อย.....

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  กัญญารัตน์ วัฒนกุล หรือแก้ม  น้องสาวคนเล็กของเขาโทรเข้ามา เขามีน้อง 2 คน คนรองจากเขาเป็นผู้ชาย ชื่อ กมลวัตร หรือก้อง เรียนปวส. ในจ.ชลบุรี  นิสัยเกเร ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป ชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้พ่อกับแม่เสมอ 

ส่วนแก้ม  น้องสาวคนเล็ก คนนี้เรียนอยู่ในโรงเรียนประจำจังหวัด เป็นเด็กที่เรียนเก่ง เป็นที่เชิดหน้าชูตาของครอบครัว

ว่ายังไงจ้ะ น้องสาว? เขารับสาย

ฮัลโหลพี่กฤชษ์จ๋า  คิดถึงพี่กฤชษ์จังเลย ช่วงนี้ อิอิ เสียงใสน่ารักตอบทักทายพี่ชายอย่างเอาใจ

อะฮึ่ม...คิดถึงบ่อยผิดปกตินะเนี่ย มีอะไรจะขอพี่หรือเปล่า ว่ามาเลยดีกว่า พี่ชายตอบน้องอย่างรู้ทัน

โห...พูดไรอย่างนั้น?

สรุปคือไม่ได้จะขออะไรว่างั้น

ขอดิคะ ...แฮะๆๆ น้องสาวยอมจำนนแต่โดยดี

นั่นไง...เอ้าว่ามาเลย

คือแก้มจะขอไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียนที่เชียงใหม่อะค่ะพี่กฤชษ์ แต่ว่าพ่อกับแม่ ไม่ให้ไปอะ พี่กฤชษ์ช่วยหน่อยดิ นะ นะ หญิงสาวออดอ้อนพี่ชายให้ช่วยเหลือ

นึกว่าเรื่องอะไร มันอันตรายนะแก้ม ทางก็ไกลด้วย พี่ก็เห็นด้วยกับพ่อแม่นะ ที่ไม่อยากให้แก้มไปอะ พี่ชายตอบ

โห...มาขอให้ช่วยนะ ไม่ได้มาบอกให้เข้าข้างพ่อแม่ซะหน่อย พี่กฤชษ์อะ คนอื่นเค้าก็ไปกันหมด ไม่ได้ไปเที่ยวกันเองสักหน่อย นี่แก้มจะจบม.6 อยู่แล้วนะคะ ขอไปเที่ยวกับเพื่อนๆไม่ได้หรือไงกัน น้องสาวคนเล็กออกอาการงอน เมื่อรู้ว่าที่พึ่งสุดท้ายไม่ยอมช่วยเหลือ

เจอบทนี้พี่ชายถึงกับกลุ้ม เพราะเป็นห่วงน้องสาวด้วย แต่ก็อยากตามใจน้อง

เอาล่ะๆ ไว้พี่จะโทรไปคุยกับพ่อแม่ให้เอง ว่าแต่จะไปกันเมื่อไหร่ละ?

ไชโย!! พี่กฤชษ์ใจดีที่สุดเลย หน้าตาก็ดีด้วย......เค้าจะไปกันอาทิตย์หน้าค่ะ น้องสาวหยอดคำหวาน

ไม่ต้องมาปากหวานเลย เราน่ะ ร้ายนะเนี่ย งั้นเดี๋ยวคืนนี้พี่โทรไปหาพ่อกับแม่แล้วกันนะ

ขอบคุณหลายๆค่ะ เออ..ว่าแต่แก้มมีเรื่องไรจะถามพี่กฤชษ์หน่อยอะ

เรื่องไรอีกละ? เขาถาม

ก็เรื่องแฟนพี่ไง  พ่อกับแม่บอกว่า แฟนพี่อายุมากกว่าพี่ตั้ง 10 ปีจริงหรอ?

นี่มันไม่ใช่เรื่องของเด็กนะ อย่ายุ่งได้มั้ยฮะเรา

โหย ถามแค่นี้ก็ไม่ได้ แสดงว่าเรื่องจริง  พี่กฤชษ์ไม่อายเค้าหรอ ที่มีแฟนแก่อะ?

เขาไม่ตอบคำถามน้องสาว  เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย เพราะไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเขามีแฟนอายุมากกว่าเขา นอกจากพ่อแม่ และก็คนที่บ้านคุณชุบชีวา

----------------------------------------------------------------------

ตอนเย็น กฤชษ์มาถึงโรงพยาบาลเพื่อถามหาอาการของหญิงสาวคนที่เขาขับรถชน  หน้าห้องหมายเลข  412 ป้ายหน้าห้องติดชื่อ นางสาวอรลดา นิพิธพงศธร เขาอ่านชื่อนั้น ก่อนที่จะเคาะประตูห้องเพื่อบอกให้คนข้างในรู้ว่ามีคนต้องการเข้าไปเยี่ยม

เชิญค่ะ เสียงตอบอนุญาตให้เขาเข้าไปข้างในได้

เขาเดินเข้าไปจนถึงหน้าเตียงคนไข้ เห็นเจ้าของห้องเธอกำลังก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เข้ามา

สวัสดีค่ะ คุณคือ?? เธอถาม

สวัสดีครับ ผม กฤชษ์ ครับ คนที่พาคุณมาส่งโรงพยาบาล เขาแนะนำตัว

อ๋อ...ค่ะ คุณกฤชษ์ ดิฉันชื่อ อรลดา ค่ะ ต้องขอบคุณคุณกฤชษ์มากนะคะ ที่อุตส่าห์พาฉันมาส่งโรงพยาบาล ไม่ได้คุณ ดิฉันคงแย่แน่เลย เธอกล่าวของคุณเขา อย่างรู้สึกสำนึกในบุญคุณของเขาอย่างมาก เพราะถ้าไม่มีเขา เธอเองป่านนี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง

ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่คุณอาการเป็นอย่างไรบ้างครับ?

ดิฉันไม่เป็นไรมากแล้วค่ะ แค่เหลืออาการเจ็บระบมตามเนื้อตัวนิดหน่อยเองค่ะ

อ๋อ..ครับ แล้วเมื่อคืนคุณวิ่งหนีอะไรมาหรอคับ ถึงได้มาชน....รถผมได้ เขาถาม

เอ่อ...คือว่า เธอไม่รู้จะตอบเขาว่ายังไงดี เหตุการณ์เมื่อคืนทำเธอขวัญเสียซะจนไม่อยากพูดถึงมัน

ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องตอบก็ได้ แต่มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดี คุณไม่จำเป็นต้องไปนึกถึงมันหรอกครับ อะไรที่มันไม่ดี เราไม่จำเป็นต้องเอามาเก็บไว้ในความทรงจำของเราก็ได้  ไม่งั้นเราอาจจะไม่มีความสุขเลย เขาเข้าใจดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ น่าแปลกที่ทำไมเขาต้องรู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ

อรลดายิ้ม แล้วมองหน้าชายหนุ่มอย่างขอบคุณ เธอเองประหลาดใจไม่น้อย เพราะไม่เคยได้ยินคำพูดปลอบใจแบบนี้มาก่อน คุณกฤชษ์คนนี้ เป็นคนดีจริงๆ ....เธอคิด

                หลังจากที่เขาพูดคุยกับอรลดาได้ไม่นาน เขาก็ขอตัวกลับเพื่อที่เธอจะได้พักผ่อนต่อ ทั้งสองยินดีที่จะเป็นเพื่อนกัน เขาบอกกับเธอว่า มีเรื่องอะไรให้เขาช่วยก็โทรมาหาเขาได้ เพราะเธอคงมีเบอร์เขาแล้ว  เธอตอบตกลง และขอบคุณเขา 

                กฤชษ์กลับไปแล้ว เหลือแต่อรลดาที่ยังนั่งยิ้ม นึกถึงเรื่องราวที่เธอได้พูดคุยกับคุณกฤชษ์ น่าแปลกที่เธอกับเขาคุยกันอย่างถูกคอ ไม่ขะเขินเลยสักนิด เหมือนกับว่ารู้จักกันมานาน เธออยากที่จะมีโอกาสได้พบเจอและพูดคุยกับเขาอีก แต่เธอจะเป็นฝ่ายโทรไปหาเขาก่อนงั้นหรอ  น่าเกลียดหรือเปล่านะ ก็เธอเป็นผู้หญิงนี่  แต่เขาไม่มีเบอร์ของเธอ ทางเดียวก็คือ เธอต้องเป็นฝ่ายโทรไปหาเขาก่อนจริงๆนั่นแหละ

                หรือว่าเธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเจอ บ้าน่า ไร้สาระสิ้นดี....เธอคิด

         

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 5

posted on 15 Aug 2009 00:50 by prada-story  in niyay

                  

                 ห้องทำงานในบริษัท Swan Group ของชุบชีวา เธอกำลังเตรียมข้อมูลสินค้าที่จะแถลงกับสื่อมวลชนอยู่อย่างสาละวน แล้วประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดขึ้น โดยไม่มีการให้สัญญาณใดๆ  เธอรู้สึกโมโหก่อนที่จะเห็นหน้าของแขกไร้มารยาท  ใบหน้านวลผ่องเผยของมาจากด้านนอก เธอถึงกับอมยิ้มดีใจอย่างเห็นได้ชัด ลืมความหงุดหงิดเมื่อครู่ไปเสียสนิท

                ไงจ้ะ แม่ประธานกรรมการใหญ่ ขอโทษที่นะคะที่เสียมารยาท เดี๊ยนลืมน่ะค่ะ เสียงทักทายออกแนวจริตจกร้าน ทักทายท่านประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทแห่งนี้

                ผีหลอกฉันหรือเปล่าเนี่ย ที่เห็นคุณนายญาณี โผล่มาหาถึงที่นี่ได้ ร้อยวันพันปี หาตัวยากหรือเกินนะ เธอตอบ

                นี่หล่อน เว่อไปแล้วนะยะ ไอ้เรารึก็อุตส่าห์หอบสังขารมาหาเป็นคนแรกหลังลงจากเครื่อง ยังมีหน้ามาว่าฉันอีก หล่อนตัดพ้อ

                และบทสนทนาของทั้งสองสาวก็เริ่มขึ้น  ญาณี ธรรมวุฒิ  เป็นสาวไฮโซเจ้าของร้านอาหารหลายแห่งในเมืองหลวง เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของชุบชีวา เพราะทั้งสองร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เด็ก จนมีทรัพย์สินเงินทองมากมายเหมือนทุกวันนี้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ปรึกษาหารือกันได้หมดทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของความรัก

                นี่แกว่าอะไรนะ มีคนรักแล้วหรอ นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย ห๊า?  หล่อนถามแบบไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ออกจากปากเพื่อนสาวมาก่อน

                ไม่ฝาดหรอก ฉันพูดอย่างนั้นจริงๆ ทำไมละ ไม่ดีหรือไง แกจะได้ไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อหาคู่ให้ฉันอีก เธอตอบ

                เออ มันก็ดี ว่าแต่ว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร หน้าตาหล่อมั้ย อายุเท่าไหร่? หล่อนถามคำถามยาวเหยียด ทำเอาคนตอบถึงกับส่ายหัว และก็เริ่มตอบคำถามแรก จนถึงคำถามสุดท้าย

               

ต๊ายยยย แกมีผัวอายุอ่อนกว่าตั้ง 10 ปีเลยหรอเนี่ย โอ๊ยๆๆ ฉันจะเป็นลม ไม่อยากจะเชื่อเลย หล่อนตกใจสุดขีด เมื่อรู้ว่าคนรักของเพื่อนสาว มีอายุน้อยกว่าเพื่อนเธอถึง 10 ปี

อืม...ฉันรักเขาจริงๆนะ มันแปลกมากหรอที่ฉันจะรักผู้ชายอายุน้อยกว่า

ย่ะ มันไม่แปลกหรอก แต่คนอื่นเขาไม่ค่อยมีใครเหมือนแกน่ะ โดนเด็กหลอกหรือเปล่าเนี่ย ระวังจะเสียใจนะชุบ หล่อนเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี เพราะหลายคนที่หล่อนเคยพบมา ส่วนมากจะโดนเด็กหลอกกันทั้งนั้น พอมันปอกหลอกจนหมดตัวแล้ว มันก็ทิ้งอย่างไม่ใยดี

ชุบชีวาไม่ตอบ ไม่ใช่เพราะเธอไม่ยอมรับในคำเตือนของเพื่อนหรอก แต่เธอรู้ดีว่ามันสายไปแล้ว ที่เธอจะหันหลังกลับ ชุบชีวารักเขามากซะจน หากเขาจะหลอกเธอจริงๆ เธอก็ยอม

------------------------------------------------------------------

หลังจากที่กฤชษ์ย้ายเข้ามาอยู่ภายในบ้านหลังเดียวกันกับผู้หญิงที่เคยเป็นเจ้านายของเขามาก่อน แรกๆเขาก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก เพราะเขาเป็นผู้ชาย การที่ย้ายเข้ามาอยู่อย่างนี้ มันเหมือนเกาะผู้หญิงกิน แล้วอีกอย่างเขามาอยู่ในฐานะสามีของเจ้าของบ้านที่เขาเคยเป็นคนสวนมาก่อน

แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เขาก็ทำใจได้ รวมถึงป้าลออแม่บ้านคนเก่าแก่ด้วย ตอนที่เขาย้ายมาอยู่แรกๆแกจะทำตัวกับเขาไม่ถูก แต่ตอนนี้แกเรียกเขาว่า คุณกฤชษ์ พร้อมกับดูแลเขาเหมือนอย่างนายผู้หญิงของแก

ที่บ้านมีคนสวนคนใหม่มาทำหน้าที่แทนเขาแล้ว  คนสวนคนใหม่นี้ เป็นชายอายุประมาณ 50 กว่าๆ เขาเรียกแกว่า ลุงจันทร์ แกเป็นคนใจดี และชอบต้นไม้เหมือนกับเขา ลุงจันทร์แกมาทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับเหมือนกับป้าลออ เพราะลุงแกก็คือสามีของป้าลออ ที่ต้องมาทำงานเป็นคนสวน เพราะลุงแกเพิ่งออกจากงานเก่า แกเคยทำงานเป็นยามรักษาความปลอดภัยมาก่อน

เขาเองก็กลับมาตั้งใจเรียนให้จบเหมือนเดิม โดยเขาจะไปนั่งเรียนทุกวันเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ เหลืออีกเพียงแค่เทอมเดียวเขาก็จะเรียนจบอย่างที่เขาตั้งใจไว้

ส่วนคุณชุบชีวา เธอก็ยังคงทำงานหนัก แต่ก็เพลาลงมากแล้ว เพราะเธออยากใช้เวลาว่างกับคนที่เธอรัก เธอกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไป ถ้าเธอมัวเอาแต่ทำงาน จนไม่มีเวลามาดูแลเอาใจใส่เขา

เกือบทุกคืนที่กฤชษ์มักจะหาความสุขบนเรือนร่างของชุบชีวา แม้ว่าเธอจะอายุมากแล้ว แต่ผิวพรรณ เนื้อตัวเธอ ไม่แตกต่างกับสาววัย 20 กว่าๆ เธอดูแลตัวเองดีจริงๆ เขาเลยมีความต้องการมากในเรื่องนี้

ชุบชีวา เธอเองก็ไม่ต่างอะไรไปจากเขา เธอพร้อมที่จะยอมให้เขาได้รุกล้ำร่างกายเธอได้เสมอ ถ้าเขาต้องการ เธอเองก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยรู้มาก่อนว่า เซ็กส์ สามารถสร้างความสุขให้คนเรามากมายถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะเมื่อเราทำกิจกรรมนี้กับคนที่เรารัก

เสียงครวญครางดังออกมาเป็นระยะ สลับกันไประหว่างเสียงของชายและหญิง  เสียงเนื้อกระทบเนื้อชวนให้อารมณ์หวาบหวิว  ทั้งสองร่างกอดกระหวัดรัดแน่น เหมือนกลัวว่าจะพรากจากกัน

ชายหนุ่มวัยคึกคะนองลิ้มรสกามาจากหญิงสาววัยสามสิบอย่างไม่มีเบื่อ ไม่ว่าเขาจะกระแทกแรงลงมาหนักเพียงไหน เธอก็แอ่นรับแรงนั้นได้เสมอ เนิ่นนานจวบจนกว่าน้ำรักอุ่นจะพุ่งเข้าสู้ถ้ำรักอย่างหมดสิ้น.....

---------------------------------------------------------------------

สองทุ่มของคืนวันศุกร์ คืนนี้ชุบชีวาเธอมีนัดกับเพื่อนสาวคนสนิท ที่เธอออกมาได้ เพราะกฤชษ์ต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด น้องชายคนรองเขามีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน เขาเลยต้องกลับไปเคลียร์ให้เรียบร้อย

นี่ ถ้าผัวเด็กอยู่นี่ ฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นเธอใช่มั้ยฮะ ยายชุบ หล่อนประชดประชัน

ไม่ต้องมาประชดประชันฉันเลยนะ มันไม่เกี่ยวสักหน่อย งานฉันเยอะ แกก็รู้นี่ เธอไม่ยอมรับสิ่งที่เพื่อนพูด

โหย ไม่ต้องเอางานมาอ้างเลย งานเยอะน่ะ ฉันเชื่อ แต่เรื่องอย่างว่าอะ เยอะกว่าใช่ม๊ะ ญาณีถามอย่างไม่อาย แต่คนถูกถามถึงกับหน้าแดง

บ้า ลามก พูดเรื่องอะไรอะ เธอแกล้งทำเป็นใสซื่อ

นั่นไง หน้าแดงอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องจริง  นี่แหละน๊า ม้าหนุ่มวัยคะนองรัก มันย่อมคึกคักทุกคืนเป็นธรรมดา เสียงหัวเราะของหล่อนดังลั่น หล่อนรู้ไปซะหมดทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องบนเตียงของเธอด้วย

กลับจากดินเนอร์กับเพื่อน เธอก็กลับบ้านอย่างอ่อนเพลีย ช่วงนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองพักผ่อนน้อยเกินไป  แต่อาบน้ำเสร็จแทนที่จะเข้านอน ชุบชีวาก็มานั่งสะสางงานที่คั่งค้างเอาไว้  เธอเป็นถึงผู้บริหารใหญ่ แต่งานของเธอก็ไม่ได้เบาอย่างที่คนอื่นคิดไว้เลยสักนิด

เธอคิดไว้เหมือนกันว่า อยากจะหยุดกิจการทั้งหมด แล้วมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เธอรัก เธออยากมีลูกกับกฤชษ์  แต่ที่ยังปล่อยให้มีไม่ได้ เพราะงานที่ล้นมืออยู่ทุกวันนี้  ชุบชีวาคิดไว้ว่าให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้หน่อย เธอจะชวนกฤชษ์ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ไปสร้างครอบครัวด้วยกันที่นั่น...

เธอคิดถึงกฤชษ์ เลยโทรศัพท์ไปหาเขา ตอนนี้ 4 ทุ่มกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าเขานอนไปหรือยัง

ที่ชลบุรี  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ชายหนุ่มหลับไปนานแล้ว แต่เขาต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์  เขาเดาว่าคนที่โทรมา ต้องเป็นคนเดียวกับที่เขานอนกอดอยู่ทุกคืนแน่ แต่ยกเว้นคืนนี้

ฮัลโหลครับ  เขาพูดด้วยเสียงงัวเงีย

ฮัลโหลกฤชษ์ พี่เองนะ หลับไปแล้วหรอ เธอถาม

ครับ นอนรอเมียโทรหาจนหลับไปตั้งนานแล้วครับ เมียก็ใจร้ายน่าดู ออกไปเที่ยวหน้าตาเฉย เขาพูดโทรศัพท์อย่างงอนๆ

ไม่เอาน่า อย่างอนสิ ไปกินข้าวกับเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนสักหน่อย  นี่ก็เพิ่งเคลียร์งานเสร็จ ก็เลยโทรหา คิดถึงเธอมากรู้มั้ย เธอพยายามง้อ

หึ  งานก็มาก่อนผมอยู่ดี

ขอโทษๆ อย่างอนนะ ที่ต้องเคลียร์งานก่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องพรีเซนต์ลูกค้าแต่เช้า พองานเสร็จพี่จะได้คุยกับกฤชษ์นานๆไง อย่าโกรธนะ เธอไม่ลดละ

ครับ....... ไปนอนได้แล้วครับ พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า ไม่ใช่หรอครับ เขากระแทกเสียงเน้นตรงคำว่า ทำงาน ทำเอาคู่สนทนาหน้าเสียไปเลย

กฤชษ์น่า  พี่ขอโทษนะ อย่าโกรธสิ

เมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาก็รู้ว่าปลายสายกำลังรู้สึกผิดอย่างมาก เขายิ้ม

แค่นี้นะครับ ผมง่วงแล้ว เขาตัดบทลง แล้วตัดสาย จากนั้นก็ปิดเครื่อง

ปลายสายที่กทม. พอรู้ว่าคนรักไม่ยอมให้อภัย เธอถึงกับน้ำตาไหล เธอรู้สึกเจ็บปวดที่คนรักกำลังเข้าใจเธอผิด เธอไม่ได้เห็นงานสำคัญไปกว่าเขาเลย แต่เขาสำคัญมากกว่าชีวิตของเธอซะอีก  เธอนอนคิดเรื่องนี้จนม่อยหลับไป

ด้านกฤชษ์ เขาไม่ได้โกรธอย่างที่เธอเข้าใจหรอก เขาเพียงจะแกล้งเธอเล่นก็เท่านั้นเอง  เขารู้ว่าเธอต้องไม่สบายใจ ก็แค่คืนนี้เท่านั้นแหละ ...เขาคิด เพราะเขามีแผนสำหรับวันพรุ่งนี้แล้ว

------------------------------------------------------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น ชุบชีวาออกไปทำงานแต่เช้าเหมือนทุกวัน แต่วันนี้สำหรับเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะเธอมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ เธออยากให้กฤชษ์หายโกรธเร็วๆ เธอจะได้มีกำลังใจในการทำงาน เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้น ทั่วโลกต่างพากันย่ำแย่รวมถึงกิจการของเธอด้วย ลูกค้าในต่างประเทศลดจำนวนการสั่งสินค้าลง ด้วยเหตุผลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เธอต้องฝ่าฟันปัญหาเหล่านี้ไปให้ได้  เพราะเธอต้องแบกภาระหนี้สินที่มีทีท่าว่าจะเพิ่มมากขึ้น ค่าแรงของลูกจ้างในโรงงานของเธออีก เธอไม่อยากปลดพนักงานออกเหมือนวิธีที่หลายๆบริษัทเขาใช้แก้ปัญหา  

เวลาในการทำงานผ่านไป ตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย จนถึงบ่ายสาม มีเพียงกาแฟถ้วยเดียวที่เธอรองท้องก่อนออกจากบ้านมาเท่านั้น  เธอใช้เวลาช่วงเช้าเดินตรวจโรงงาน และประชุมกับผู้บริหารระดับสูงในบริษัท หาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

ในขณะที่กำลังเดินออกจากห้องประชุม เธอรู้สึกเหมือนโลกหมุนอย่างรวดเร็ว จนเธอไม่สามารถจะยืนอยู่นิ่งๆได้  เพียงแค่ครู่เดียวเธอก็ล้มลงไปนอนที่พื้น ท่ามกลางความตกใจของพนักงาน

 เธอหลับไปนาน เมื่อตื่นขึ้นมา รอบๆตัวเธอดูแปลกตาไป เธอตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล  มีเลขาคนสนิทของเธอ นั่งเฝ้าอยู่

นี่ฉันเป็นอะไรไป มาอยู่ในนี้ได้อย่างไรเนี่ย อรลดา  เธอถามหญิงสาวอายุ 20 นิดๆที่หลังจากเรียนจบก็มาทำงานเป็นเลขาให้เธอ

อรลดา นิพิธพงศธร เป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ดวงตาเธอเหมือนตุ๊กตา เธอเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และจิตใจดี เลยทำให้ชุบชีวาถูกชะตารับเข้าทำงานในตำแหน่งเลขานุการหน้าห้องของเธอ

ท่านเป็นลมหน้าห้องประชุมค่ะ ดิฉันตกใจมากเลยนะคะ เลยรีบพาท่านมาโรงพยาบาลค่ะ ท่านรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างคะ? หล่อนถามด้วยความห่วงใยเจ้านาย

                ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะ คงเพราะไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า เธอตอบเลขาอย่างอ่อนเพลีย

                ค่ะ คุณหมอก็บอกอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ หมอบอกว่าท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้ค่ะ คุณหมอจะให้ท่านนอนพักที่โรงพยาบาลอีกสักคืนนึงเพื่อรอดูอาการค่ะท่าน

                ต้องนอนด้วยหรอ ฉันก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ ฉันอยากกลับบ้านแล้วล่ะ เธอไปบอกหมอให้หน่อยสิ

                แต่ท่านคะ ท่านยัง.. ไม่ทันที่อรลดาจะพูดจบ คุณหมอเจ้าของไข้ก็เดินเข้ามาพอดี

          เป็นอย่างไรบ้างครับ คุณชุบชีวา ผมหมออดุลย์ เป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณครับ คุณหมอหนุ่มวัยสามสิบปลายๆแนะนำตัวกับเธอ พร้อมกับถามอาการ

                ดิฉันไม่เป็นอะไรมากแล้วค่ะคุณหมอ รู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ ดิฉันขอกลับบ้านวันนี้เลยนะคะ เธอตอบหมอ พร้อมขอกลับบ้าน

                ผมว่าคุณอยู่รอดูอาการก่อนดีมั้ยครับ สุขภาพคุณไม่ค่อยแข็งแรง ผมอยากจะให้คุณอยู่ตรวจร่างกายอย่างละเอียดน่ะครับ

                ขอร้องละค่ะหมอ ดิฉันอยากกลับบ้านจริงๆ เอาไว้คราวหน้าดิฉันจะมาตรวจตามที่คุณหมอแนะนำนะคะ เธอยังคงดื้อรั้นไม่ยอมที่จะนอนค้างที่โรงพยาบาล เพราะเธออยากกลับไปหากฤชษ์ เธออยากจะคุยกับเค้าเรื่องเมื่อคืน

                คุณหมอต้องยอมตามใจคนไข้แต่โดยดี แม้จะไม่เห็นด้วยกับท่าทีดื้อรั้นของเธอก็ตาม 

                อรลดา พาฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำที ฉันจะกลับบ้าน เธอบอกเลขา

                ---------------------------------------------------------------------

                กฤชษ์ รีบขับรถกลับกรุงเทพฯด้วยความร้อนรน เพราะป้าลออโทรมาบอกเขาว่า ชุบชีวาเป็นลมในที่ทำงาน และตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล เขาเป็นห่วงเธอมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่เขาแกล้งทำเป็นโกรธเธอเมื่อคืนด้วยหรือเปล่า เลยทำให้เธอไม่สบายอย่างนี้

                ที่บ้าน.. ชุบชีวากลับมาถึงบ้านแล้ว โดยมีอรลดา เลขาฯมาส่งที่บ้าน เธออยู่เป็นเพื่อนแค่ไม่นานก็ขอตัวกลับ  ชุบชีวาบอกให้อรลดาเอารถของเธอขับกลับไป เพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว เดี๋ยวจะได้รับอันตราย แต่อรลดาบอกว่าไม่เป็นอะไร เพราะบ้านเธอก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่นัก นั่งรถแป๊บเดียวก็ถึง

                กฤชษ์โทรศัพท์มาหาชุบชีวาที่บ้านถามถึงอาการของเธอ เขาบอกกับเธอว่า เขากำลังขับรถกลับไปหา ตอนนี้ใกล้จะถึงบ้านแล้ว เธอดีใจที่เขากำลังกลับมา แต่ก็ไม่ลืมที่จะบอกให้เขาอย่าขับรถเร็วมาก เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุ

                อรลดาเดินมารอรถแท็กซี่ที่หน้าปากซอยหมู่บ้านที่เจ้านายเธออาศัยอยู่ แต่ไม่วี่แววของรถสักคัน เธอภาวนาขอให้มีรถแท็กซี่ผ่านมาทางนี้ เพราะตอนนี้ 4 ทุ่มกว่าแล้ว เธอเริ่มกลัว นึกโทษตัวเองในใจที่น่าจะทำตามที่เจ้านายเธอบอก

                เธอยืนรอรถตรงป้ายรถเมล์ห่างจากประตูหน้าหมู่บ้านไกลประมาณ 3 เสาไฟฟ้า เธอยืนรออย่างหวาดระแวง แต่ก็ไม่ทันจะสังเกตว่า มีคนยืนแอบดูเธออยู่  คนที่แอบมองค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เธอ แบบไม่ให้เธอรู้ตัว คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด  จึงมองไม่ค่อยเห็นอะไรนัก มีเพียงแสงไฟริบหรี่ จากเสาไฟฟ้าข้างทางเท่านั้นที่พอจะรู้สึกอุ่นใจได้บ้าง

                โดยไม่ทันได้ระวังตัว เธอรู้สึกว่ามีคนพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว  มันใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเธอเอาไว้ พร้อมกับเอามีดจี้ที่คอ และบอกให้เธอห้ามส่งเสียง ถ้ายังไม่อยากตาย เธอกลัวมาก ไม่กล้าขัดคำสั่งมัน

                มันดึงเธอเข้าไปในโพรงหญ้าริมทาง พร้อมบอกให้เธอเอาของมีค่าออกมาให้หมด เธอทำตามที่มันบอก เธอยอมให้มันเอาทรัพย์สินไป ขอเพียงอย่าทำร้ายเธอก็พอ

                เมื่อมันได้ของตามที่มันต้องการแล้ว แทนที่มันจะจากไป มันกลับยิ้มอย่างเหี้ยมโหด เพราะสิ่งที่มันต้องการไม่ใช่แค่ทรัพย์สินของเธอเท่านั้น  มันยังต้องการตัวเธออีกด้วย..

                อรลดารู้ตัวแล้วว่า อันตรายไม่ได้หมดแค่นั้น เธอรู้ว่ามันกำลังจะทำอะไรต่อไป  เธอรวบรวมสติ แล้วทำทีท่าว่าจะไม่ขัดขืนมัน  มันชอบใจเป็นอย่างมากที่รู้ว่าเธออยากมีความสุขกับมัน

                เธออาศัยที่มันกำลังเผลอ รวบรวมแรงของเธอไว้ทั้งหมด กระทุ้งที่เป้าหน้าขามันด้วยหัวเข่า แล้วผลักมันล้มลงไปในพงหญ้า จากนั้นเธอก็วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ร้องขอให้คนอื่นช่วย แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเลยสักคน อรลดาวิ่งไปเรื่อยๆจนถึงปากทางถนนเส้นหลัก วิ่งโดยไม่ได้ทันระมัดระวังตัว จนร่างกายกระแทกกับอะไรบางอย่างอย่างแรง...

                คุณๆ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณๆ เสียงชายหนุ่มเจ้าของรถที่เธอเพิ่งวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาชนรถเขา ร้องเรียกสติของหญิงสาว พร้อมกับเขย่าตัวเธอให้รู้สึกตัว

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 4

posted on 15 Aug 2009 00:46 by prada-story  in niyay

               

                เช้าวันรุ่งขึ้น กฤชษ์ตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนของหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาทางพฤตินัยของเขาแล้ว เขาอมยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเหตุการณ์เมื่อคืน เขามีความสุขมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกของคุณชุบชีวา เจ้าของบ้านวัยสามสิบกว่า

                พอนึกขึ้นได้ เขาก็มองหานายผู้หญิงของเขาทันที เขาดูนาฬิกาบอกเวลา 6 โมงกว่า เธอคงออกไปทำงานเหมือนวันปกติ ขยันจริงๆ และเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป   เธอเขียนโน้ตติดหน้ากระจกในห้องน้ำว่า

                โทษทีนะ ที่ออกไปโดยไม่ได้ปลุก เห็นกำลังหลับอยู่ เลยไม่อยากกวน วันนี้ต้องรีบออกไปเซ็นเอกสารตอนเช้าน่ะ 

                อืม..วันนี้ป้าลออจะเข้ามาตอนเที่ยงๆนะ แกโทรมาบอกว่า จะพาหลานไปหาหมอก่อน แล้วถึงจะมา ไม่ต้องรีบตื่นก็ได้ ไว้เจอกันค่ะ

                เขาอ่านโน้ตแล้วอมยิ้ม พออาบน้ำเสร็จ เขาก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพักของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ป้าลออแกสงสัย เพราะเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี  เรื่องมันยาว....

                -----------------------------------------------------------------------

                วันเวลาผ่านไป ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมสำหรับป้าลออ เพราะแกไม่รู้ว่า ความสัมพันธ์ของเจ้านายและคนสวนเกินเลยไปไหนถึงไหนแล้ว แต่สำหรับเขากับชุบชีวา ความสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน

                ทุกวันเขายังคงทำหน้าที่คนสวนต่อไป ส่วนคุณชุบชีวาก็ไปทำงานตามปกติ แต่เวลาว่าง ทั้งสองมักจะโทรศัพท์คุยกันเสมอ พอตกตอนเย็น หลังจากที่ป้าลออกลับไปแล้ว ทั้งสองคนก็จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

                เย็นวันหนึ่ง  ในบ้านสวนกลางเมือง มีชายหญิงคู่หนึ่งพลอดรักกันอยู่ในบ้านอย่างมีความสุข

                กฤชษ์ เบาๆหน่อยสิ พี่จะไม่ไหวแล้วนะ เสียงร้องขอ ให้ฝ่ายชายเบาแรงกระแทกกระทั้นลง เพราะฝ่ายหญิงรู้สึกเหมือนจะขาดใจ

               

มีความสุขเหลือเกินเมียจ๋า....อูยยย เขาไม่ฟังคำขอของหญิงสาว ยังคงเดินหน้ากระแทกอย่างเมามันส์ 

กฤชษ์...........ไม่ไหวแล้ว โอยยยยยยยย กฤชษ์จ๋า  เสียงของฝ่ายหญิงบ่งบอกว่าทนไม่ไหว ความสุขกำลังจะระเบิดออกมา

แรงสะเทือนของเตียงนอนสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อยๆ บอกถึงว่า คนทั้งสองกำลังจะเสร็จสมอารมณ์หมายกันในไม่ช้านี้......

เมื่อทุกอย่างผ่านไป ร่างของทั้งสองก็นอนกอดก่ายกันอย่างมีความสุข

พี่ชุบ หลับแล้วหรอครับ? เขาถามคนรักที่นอนกอดเขาอยู่

ยัง ทำไมหรอ เธอตอบ

เมื่อไหร่เราจะบอกความจริงให้ป้าลออรู้เรื่องของเราสักทีละครับ ผมอึดอัดจะแย่อยู่แล้วนะ ความลับจะแตกหลายรอบละ รู้มั้ย เมื่อเช้าแกถามผมว่า ทำไมผมถึงมาทำงานเช้ากว่าแกทุกวันเลย เขาถามด้วยความรู้สึกหนักใจ

ก็อยากจะให้แกรู้เหมือนกันนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มไงดี พี่อาย...

อายที่มีอะไรกับคนสวนบ้านตัวเอง น่ะหรอ?

ไม่ใช่นะกฤชษ์ ทำไมพูดอย่างนั้นละ ที่อายก็เพราะ พี่ไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อนนี่ อย่าเข้าใจผิดสิ เธอรีบตอบ เพราะกลัวคนที่เธอรัก จะเข้าใจผิด

ชายหนุ่มไม่ตอบ ฝ่ายหญิงก็รู้ตัวว่า ทำให้คนรักไม่สบายใจ เธอเลยต้องง้อโดยใช้วิธี....

เธอเลื่อนตัวไล่ลงมาจากหน้าอกของเขา ต่ำลงมาจนถึงแกนกลางของร่างกาย ทำให้เขารู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มหน้าลงตรงหน้าขาของเขา ใช้ริมฝีปากสีชมพูรวบส่วนที่เกินของเขาเอาไว้ในปาก ดูดดื่มมันอย่างทะนุถนอม เนิ่นนานจนฝ่ายชายเกือบจะทนไม่ไหว ต้องร้องบอกให้ฝ่ายหญิงหยุด

ผัวจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เมียจ๋า หยุดก่อนเถอะทูนหัว เขาร้องขอ หญิงสาวเลยหยุด เพราะตัวเธอเองก็แทบจะทนไม่ไหวเหมือนกัน

ชายหนุ่มจับตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำ แล้วจับเธอให้อยู่ในท่าหมอบคลาน จากนั้นเขาก็กดองคาพยพความเป็นชายเข้าไปในร่างกายของเธอช้าๆ จนมิด

เธอร้องครางออกมา ตอนที่เขาเคลื่อนไหวร่างกายเข้าออกในตัวเธอ ชายหนุ่มไม่หยุดแค่นั้น เขาทั้งจับเธอนอนคว่ำนอนหงาย สารพัดท่าทางที่จะยัดเหยียดความสุขให้เธอได้ จนถึงจุดสุขสม.....อีกครั้ง

------------------------------------------------------------------

แต่ความลับไม่มีในโลก วันหนึ่งเรื่องราวระหว่างทั้งสองก็รู้ถึงแม่บ้านคนเก่าแก่  หล่อนถึงกับไม่เชื่อตาตัวเอง เมื่อเห็นนายกฤชษ์คนสวนเดินออกมาจากห้องนอนของนายผู้หญิง  เขาเดินนำหน้าโดยมีนายหญิง เดินตามมาติดๆ และทั้งสองก็กอดกัน เขาหอมแก้มเธอ อย่างคนที่รักกันและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

คุณพระคุณเจ้าช่วย!!!” ป้าลอออุทานออกมาเบาๆ

หลังจากวันนั้น หญิงชราแม่บ้าน ก็ทำตัวไม่ถูก ไม่ว่าจะกับนายกฤชษ์คนสวน หรือนายผู้หญิงของแก จนทำให้ทั้งสองเกิดสงสัยว่าจะแกจะรู้เรื่องเข้าแล้ว

เช้าวันหนึ่ง คุณชุบชีวาได้เรียกให้ป้าลออแม่บ้าน เข้าไปพบในห้องทำงาน  แกไม่รู้จะทำหน้ายังไงถูก เลยทำหน้าเหมือนคนไม่กล้าสู้หน้าใคร

ป้า ที่ฉันเรียกป้ามาพบในห้อง เพราะมีเรื่องอยากจะคุยกับป้า ป้ารู้ใช่มั้ยว่าเรื่องอะไร? เธอเปิดประเด็นสนทนาขึ้น

คือ เอ่อ..คือป้าไม่รู้ว่าเรื่องอะไรค่ะ คุณชุบ แกตอบ

นายผู้หญิงนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดกับแกว่า

ฉันหมายถึงเรื่องฉันกับกฤชษ์ ป้ารู้แล้วใช่มั้ย?  เธอถามอย่างละอายเกินกว่าจะพูดตรงๆ

เอ่อ...ป้า... แม้แกไม่ตอบคำถามตรงๆ แต่อาการที่แกแสดงออกมามันก็ชัดเจน

ป้ารู้เรื่องแล้วจริงๆ ฉันก็กะว่าจะบอกเรื่องนี้กับป้าเหมือนกัน

ฉันจะให้กฤษช์เข้ามาอยู่ในบ้านนี้นะป้า ส่วนเรื่องคนทำสวน ก็หาคนมาทำงานแทนก็แล้วกันนะคะ

ค่ะ คุณชุบ ป้าจะจัดการตามที่คุณชุบบอกค่ะ แต่ป้าขอพูดอะไรสักหน่อยได้มั้ยคะ คุณชุบจะโกรธป้าก็ได้นะคะ

มีไรก็พูดมาเถอะป้า ป้าทำงานกับฉันมาก็นานแล้ว ป้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก  เธอบอกตามความรู้สึกจริงๆ

คือป้ายอมรับค่ะ ว่าป้ารู้เรื่องระหว่างคุณสองคนแล้ว แต่ป้าเองก็ยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก เพราะนายกฤชษ์ เอ๊ย..คุณกฤชษ์ เป็นคนสวนในบ้านมาก่อนนะคะ แล้วอีกอย่าง อายุเขาก็น้อยกว่าคุณชุบ ค่อนข้างเยอะ ที่ป้าพูดแบบนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ป้าเป็นห่วงคุณจริงๆ กลัวเธอจะรักคุณไม่จริง กลัวคุณจะเสียใจน่ะค่ะ ขอโทษนะคะที่ป้าต้องพูดตรงๆ แม่บ้านคนเก่าแก่บอกกับหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง กลัวเธอจะเสียใจ

ฉันรู้จ้ะป้า ฉันรู้ตัวดี แต่ฉันก็ห้ามใจตัวเอง ไม่ให้รักเขาไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็พร้อมจะยอมรับมัน เธอตอบหญิงชรา

ป้าลออออกไปแล้ว เหลือเพียงนายผู้หญิงที่ยังคงนั่งคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเธอเอง

เธอเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า พ่อแม่ของเธอเป็นใคร มาจากไหน และทำไมต้องทอดทิ้งเธอ ปมด้อยที่โตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำให้เธอต้องอดทน และต่อสู้ชีวิตอย่างหนัก เพื่อจะทดแทนสิ่งที่ขาดไป  เธอต้องหาเงินเรียนหนังสือเอง และต้องทำงานในระหว่างเรียนด้วย ชุบชีวามุมานะเรียนจนจบปริญญาตรีได้เกียรตินิยมเหรียญทอง จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ ด้วยความที่เธอหน้าตาดี และเป็นคนเก่ง ทำให้เธอโดดเด่นในด้านงานธุรกิจต่างประเทศ เธอนับจากศูนย์จนเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าชื่อดังของประเทศ แต่เธอก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในเรื่องของความรักเลยสักครั้ง เพราะเธอไม่เคยคิดที่จะรักใคร แต่ครั้งนี้ กับกฤชษ์ ชายหนุ่มวัยห่างจากเธอถึง 10 ปี เธอกลับหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ จนตัวเธอเองก็อดคิดไม่ได้ว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ได้มั้ย ถ้าไม่มีเขา  เธอรักเขาหมดหัวใจจริงๆ รักมากกว่าชีวิตของเธอเสียอีก และเธอก็พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อเขา........

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 3

posted on 02 Aug 2009 14:27 by prada-story  in niyay

ตอนที่ 3

 

เวลาผ่านไปเกือบปี นายกฤชษ์ยังคงทำงานเป็นคนสวนของบ้านชุบชีวาเรื่อยมา  เขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนงานหรือไปจากที่นี่ เพราะเขามีความสุขที่จะได้อยู่ใกล้ๆ คุณชุบชีวา เจ้าของบ้านที่เป็นทั้งเจ้านายและคนที่เขารัก

                ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง คือระหว่างเจ้านายกับคนสวน ยังคงดำเนินเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ แต่ที่แตกต่างไปจากคนอื่น นั่นก็คือ ความรู้สึกลึกๆ ภายในใจที่นับวันจะยิ่งไม่เหมือนเดิม  ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเวลาที่อีกฝ่ายไม่อยู่  ความรู้สึกไม่พอใจเวลาที่มีคนเข้ามาใกล้ชิด ความรู้สึกต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นกับหญิงสาวที่มีฐานะเป็นนายจ้างของอีกฝ่าย

                เหตุการณ์หลายวันก่อนทำเอา ชุบชีวา ถึงกับนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เวลาที่มีผู้หญิงมาติดพันธ์นายกฤชษ์ คนสวน  เธอเองถึงต้องมีความรู้สึกไม่พอใจ และโมโหทุกครั้งไป

                หลายเดือนแล้วที่นายกฤชษ์เข้ามาทำงานเป็นคนสวนของบ้านเธอ ด้วยความที่นายกฤชษ์เอาใจใส่ต่องานที่รับผิดชอบ บรรดาต้นไม้และดอกไม้ ที่เธอรัก ก็เจริญงอกงามดี อีกทั้งนายกฤชษ์ยังรู้จักที่จะเพาะพันธุ์ดอกไม้ให้มีความหลากหลาย  เธอจึงรู้สึกพอใจและไว้ใจนายคนสวนคนนี้มากขึ้นทุกวัน วันหยุดของเธอ นายกฤชษ์ยังมาช่วยดูแลต้นไม้ของเธอด้วย ทำให้เธอและเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ทุกวันๆ

                พี่กฤชษ์จ๋า พี่กฤชษ์ อยู่หรือเปล่าจ้ะ  กิ๊บมาหาจ้ะ เสียงเรียกของสาววัยเรียกรุ่นดังมา จนทำให้เจ้าของบ้านที่อยู่ชั้นบน ต้องมองหาต้นเสียง

                อ้าว กิ๊บ มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า พี่กำลังทำงานนะ ไม่ว่างคุยหรอก เดี๋ยวเจ้านายจะว่าเอา กลับไปเถอะ คนที่ถูกเรียกหา ตอบกลับไปยังสาวน้อยผู้มาเยือน

                อะไรกัน อุตส่าห์มาหานะ ไล่กันได้ยังไงเนี่ย  พี่ทำงานก็พักมั่งก็ได้นี่ ทำงานไม่ยอมพักอย่างนี้ เจ้านายพี่โหดเกินไปหรือเปล่า ถ้าลองมาว่าพี่กฤชษ์ของกิ๊บนะ กิ๊บจะฟ้องกรมแรงงานให้  คอยดูสิ เสียงเจื้อยแจ้วของแรกรุ่น ทำเอาคนที่ถูกกล่าวถึง ถึงกับควันออกหูที่ถูกพาดพิง แถมยังแหนบแนม

                ทำไมพูดอย่างนั้นละ มาว่าเจ้านายพี่ ไม่ดีนะ เขาไม่เคยว่าพี่หรอก ว่าแต่เราเถอะ มีไรก็ว่ามาเลย พี่จะได้ทำงานต่อ

                แหมๆ แตะต้องไม่ได้เลยนะ เจ้านายพี่เนี่ย คืองี้ กิ๊บจะมาหาชวนพี่กฤชษ์ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อยอะ หนังเพิ่งเข้าโรงวันนี้เอง กิ๊บอยากดูอะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ นะ นะ พี่กฤชษ์จ๋าสียงออดอ้อน ชวนให้ขนลุก ทำเอาคนที่แอบฟังถึงกับจะอ้วกไม่พอ อารมณ์ยังเริ่มไม่ค่อยดีขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย

                เอาไว้วันหลังนะกิ๊บ วันนี้พี่ไม่อยากไปไหนเลยอะ นะจ๊ะ เขาตอบปฏิเสธ เพราะวันนี้คุณชุบชีวาอยู่บ้าน ไม่ได้ไปทำงาน เขาเลยชวนไปดูงานแสดงต้นไม้ และดอกไม้  ซึ่งเธอก็ตกลง โดยทั้งสองนัดกันว่าจะไปตอนเย็นๆ

                ไม่เอาอะ พี่กฤชษ์สัญญากับกิ๊บแล้วนี่ ว่าจะไปดูหนังกับกิ๊บอะ ถ้าพี่ไม่ไปนะ กิ๊บโกรธพี่จริงๆด้วย  แล้วไม่ต้องมาพูดกันอีกเลย ฝ่ายสาวออกอาการงอนทันที เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งปฏิเสธอย่างหน้าตาเฉย

                บทสนทนาของทั้งสอง ทำเอาคนที่บังเอิญได้ยินที่อยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน ถึงกับออกอาการหงุดหงิด และแอบนึกหมั่นไส้ในใจ

               

จะไปไหนกันก็เชิญเลย นึกว่าฉันอยากจะไปด้วยหรือไงกันนายกฤชษ์ น้ำเสียงไม่ง้อ แต่ปนน้อยใจนิดๆ ทั้งๆที่อีกฝ่ายที่พูดถึงไม่มีโอกาสได้ยินเลยสักนิด

โธ่ กิ๊บ เห็นใจพี่เหอะ พี่ทำงานเหนื่อยนะวันนี้  ไม่เอาน่า เขาพยายามที่จะไม่ทำลายน้ำใจของอีกฝ่าย

ไม่สน  ถ้าไม่ไป ก็ไม่ต้องคุยกัน อีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะยอมง่ายๆ

เอาล่ะๆ งั้นพี่ขอดูก่อนได้มั้ย ให้เลิกงานก่อนแล้วกันนะ ถ้าไม่เหนื่อยจนเกินไป พี่ไปด้วยแน่นอน สัญญา

นี่ก็ใกล้เลิกงานแล้วนี่ อีกแค่ชั่วโมงกว่าๆเอง พี่กฤชษ์เลิกงาน 5 โมงเย็นใช่มั้ย งั้นกิ๊บจะนั่งรอแล้วกันนะ พี่กฤชษ์ไปทำงานต่อเหอะ

อ้าว ไม่กลับไปบ้านก่อนเหรอ ไม่ต้องมานั่งรอพี่หรอก เดี๋ยวพี่โทรไปบอกแล้วกันนะ เขาตกใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไปยอมกลับง่ายๆ เพราะเขากลัวว่าเจ้านายสุดที่รักของเขาจะเข้าใจผิด

ไม่เป็นไรหรอก เอาน่า กิ๊บไม่กวนหรอก ไม่ทำให้พี่โดนเจ้านายว่าหรอก เชื่อดิ

คำตอบของสาวน้อยทำเอาชายหนุ่มถึงกับออกอาการเครียด เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี ไหนจะเรื่องกิ๊บ และเรื่องคุณชุบชีวาที่เขาออกปากชวนไปดูต้นไม้  จะบอกกับเธอยังไงดี

สิ้นเสียงสนทนา ทำเอาฝ่ายที่สามถึงกับไม่พอใจ ที่รู้ว่านายกฤชษ์จะไปดูหนังกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ทั้งๆที่นัดกับเธอว่าจะไปดูงานแสดงต้นไม้ด้วยกัน

-----------------------------------------------------------------------

 

เวลาห้าโมงเย็น เวลาเลิกงานของชายหนุ่มคนสวนที่เขาเองไม่อยากให้เลิกงานเลยวันนี้ เพราะเขายังหาวิธีแก้ปัญหากับเรื่องที่ดันมางานเข้าพร้อมกันอย่างนี้

เอาไงดีวะ จะบอกคุณชุบยังไงดีวะเนี่ย ไหนจะกิ๊บอีก รายนั้นพูดไม่รู้เรื่องด้วยสิ กลุ้มเว้ย .....เขาคิดขณะกำลังล้างมือ

 

กิ๊บ กลับไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วไป จะไปดูหนังไม่ใช่หรอ หรือว่าจะไปชุดนี้เลย เขาถาม

โหย ไม่เอาหรอก ชุดนี้ไม่สวยอะ  งั้นกิ๊บกลับไปอาบน้ำแต่งตัวนะ แล้วพี่กฤชษ์กลับไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทุ่มนึงไปรับกิ๊บที่บ้านด้วยนะจ๊ะ ห้ามลืมละ เธอตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

เขาพยักหน้ารับ ทั้งๆที่ในใจไม่อยากตอบตกลงด้วยสักนิด

กิ๊บกลับไปแล้ว ป้าลออเองก็เพิ่งกลับไปไม่นาน ในบ้านเหลือเพียงเขาและเจ้าของบ้านที่ยังคงเอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงาน ไม่ยอมออกมาให้เขาได้เห็นหน้าเลย ตั้งแต่บ่าย

คุณชุบครับ คุณชุบ  เขาเรียกหา

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่เขาเรียก เขาตะโกนเรียกอยู่สองสามครั้ง เมื่อเห็นไม่มีคนตอบ ก็นึกเป็นห่วง เขาเลยตะโกนขออนุญาตเข้าไปในบ้าน เมื่อไม่มีเสียงตอบ เขาจึงเดินเข้าไป

เมื่อเดินเข้าไปในบ้าน เขาเลือกที่จะเดินไปที่ห้องทำงานที่อยู่ชั้นล่าง ถัดจากห้องรับแขก เพื่อจะหาคนที่เขากำลังเป็นห่วง แต่ก็ไม่พบ

คงอยู่บนห้องนอน.....เขาคิด แล้วก็ตัดสินใจตะโกนเรียกชื่อของเจ้าของบ้านไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ยินเสียงตอบรับ หรือไม่ก็พบตัว

เกือบถึงห้องนอน  เจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมาพอดี ด้วยสีหน้าที่แสดงอาการไม่พอใจ พร้อมกับพูดว่า

ฉันยังไม่อนุญาต ขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง

ผมเรียกคุณชุบตั้งหลายรอบแล้วนะครับ และก็ขออนุญาตแล้วด้วย แต่คุณชุบไม่ตอบผมสักที ผมก็เลยถือวิสาสะขึ้นมาดู กลัวว่าคุณจะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ  ต้องขอโทษด้วย

เป็นห่วงฉันทำไม ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คนที่เธอควรจะห่วงก็คือ แฟนเธอโน่น รีบๆกลับไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวจะไปรับไม่ทัน ส่วนเรื่องที่ฉันนัดกับเธอไว้ ฉันไม่อยากไปแล้ว ขี้เกียจ... เธอตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนคนกำลังงอน โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

เขาไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้หลุดมาจากปากของคนที่เขาแอบรัก น้ำเสียงนั่นบ่งบอกชัดเจนว่า เขากำลังถูกงอน จากอาการไม่พอใจที่มีผู้หญิงมาชอบเขา  เขาแอบดีใจ

แฟนผมที่ไหนกันครับ ไม่ใช่สักหน่อย ถ้าคุณชุบจะหมายถึงผู้หญิงที่มาหาผมเมื่อตอนบ่ายละก็ ผมคิดกับเธอแค่น้องสาวนะครับ เพราะเธอเป็นน้องสาวเพื่อนผม ผมไม่กล้าคิดเกินเลยหรอกครับ

ไม่กล้าคิด แต่อยากคิดละสิ .....นั่นมันไม่ใช่เรื่องของฉัน เธอกลับไปได้แล้ว  เธอตอบกลับไป แต่ในใจก็รู้สึกโล่งใจนิดๆที่เขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ เธอก็ยังไม่พอใจอยู่ดีที่รู้ว่า เขาจะไปดูหนังกับหล่อนคืนนี้

นี่ถ้าเป็นคนอื่น ผมคงคิดว่าคุณกำลังหึงผมนะครับเนี่ย เขาหยอก แต่มันก็แทงใจดำเธออย่างจัง

นี่มันจะมากไปแล้วนะ ทำไมฉันต้องหึงเธอด้วย สำคัญตัวเองผิดไปแล้วนะ

ผมคงคิดไปเองนะครับ แต่ก็แอบ...เอ่อ ชั่งเถอะครับ งั้นผมลานะครับ สวัสดีครับ เขาพูดไม่จบทำเอาคนฟังถึงกับอยากรู้  เขาก็หันหลังเพื่อที่จะเดินกลับลงไปข้างล่าง

เธอจะพูดว่าอะไรเมื่อกี้  ที่บอกว่าแอบ หมายความว่าอะไร เธอถามเขาด้วยความอยากรู้ แต่ในใจร้อนร้น เมื่อรู้ว่าเขากำลังจะกลับจริงๆ

เอ่อ..ไม่มีไรหรอกครับ ผมขอตัวนะครับ

ไม่มีได้ยังไง ก็ฉันได้ยินเธอพูดเมื่อกี้  ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย นัดกันไว้ตั้งทุ่มนึงไม่ใช่หรือไง กลัวไปไม่ทันขนาดนั้นเลยหรอ เธอพูดอย่างตัดพ้อ

เขาหันมามองหน้าเธออีกครั้ง เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขารู้ทันทีเลยว่า คนที่เขาแอบรัก เธอก็มีใจตอบกลับมายังเขาเหมือนกัน

เธอหันหน้าไปมองที่อื่น ไม่กล้ามองตาเขา เพราะกลัวใจตัวเอง กลัวว่าเขาจะรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา

เขาตัดสินใจสารภาพความในใจกับเธอ เขาตัดสินใจแล้วว่า จะต้องบอกเธอให้รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ แม้ว่าจะโดนปฏิเสธ เขาก็พร้อมจะยอมรับคำตอบนั้น และถ้าเธอไม่ต้องการให้เขาอยู่ต่อ เขาก็พร้อมที่จะจากไป

ผมมีเรื่องหนึ่งอยากจะสารภาพกับคุณชุบชีวา ผมไม่รู้ว่าหลังจากที่ผมพูดออกไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็อยากที่จะบอกความรู้สึกของผมให้คุณได้รับรู้ แม้ว่าคุณจะไม่ต้องการก็ตาม  เขาเกริ่น ในใจเต้นรัว

คนฟังก็รู้สึกไม่แตกต่างกัน เธอไม่กล้าเดาว่าสิ่งที่เขาจะพูดนั้น คืออะไร จึงได้แต่นิ่ง รอฟัง

                ผมไม่เคยคิดกับกิ๊บ เกินเลยกว่าคำว่าน้องสาวเลย เพราะผมมีคนที่ผมรักอยู่ในใจแล้วครับ แต่คนที่ผมรัก เธอไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่า ผมหลงรักเธอตั้งแต่วันที่ผมเจอเธอวันแรก  วันที่ผมตื่นขึ้นมา แล้วพบว่า ผมสลบไป เพราะโดนเธอเอาแจกันตีหัว...

                เธอแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง  ว่าสิ่งที่เขาจะบอกกับเธอ นั่นก็คือ เขารักเธอ

          ไม่มีเสียงตอบรับ.... เธอมองหน้าเขา แต่ไม่มีคำพูดใดๆหลุดจากปาก แต่สายตาของเธอที่มองมายังเขา ก็ทำให้เขารู้ว่า  คำตอบนั้นมันคืออะไร

                เมื่อรู้คำตอบแล้ว เขาไม่รอช้าแม้เพียงวินาที  เขาก้าวไปประชิดตัวเธอ พร้อมกับประกบปากจูบที่ริมฝากบางสีชมพูนั้น อย่างทะนุถนอม เธอไม่ขัดขืน

                เขาและเธอแลกจูบกันอยู่นาน เขาไม่รีบร้อนไปไหนแล้ว เขาอยากจะหยุดเวลาลงไว้ด้วยซ้ำ เพื่อเขาจะได้อยู่กับเธอนานๆ

 

                ----------------------------------------------------------------------

                บนเตียงนอน มีสองร่างที่ทาบทับกันอยู่ เคลื่อนไหวขึ้นลงเป็นจังหวะ มีเสียงครวญครางดังสอดสลับกับเสียงเตียงนอนที่ลั่น สอดคล้องกับจังหวะเคลื่อนไหว  เสียงครางอย่างมีความสุข ดังออกมาเป็นระยะๆ

                กฤชษ์.........อือ........  เสียงพูดไม่เป็นภาษาของหญิงสาว เร่งจังหวะให้ชายหนุ่มกระแทกร่างลงไปยังร่างของหญิงสาวอย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มแทบคุมความสุขไว้ไม่อยู่  เขาแทบจะระเบิดออกมาหลายครั้งหลายครา

                บางจังหวะ เขาก้มลงไปจูบปากหญิงสาว เพื่อมอบความรักผ่านทางรสจูบ หญิงสาวตอบรับเขาเป็นอย่างดี  เธอเองก็มีความสุขมากซะจน อดที่จะร้องออกมาไม่ได้

                เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เขากระทั้นกระแทกแรงไปเต็มเหนี่ยว ฝ่ายหญิงก็รับแรงนั้นได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จะทั้งสองจะถึงจุดสุขสม เขาทิ้งทวนเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับกอดกระชับร่างของหญิงสาวไว้แน่น กระซิบที่ข้างหูของเธอว่า ...... ผมรักคุณครับ ...ชุบ

                หลังจากพากันขึ้นสวรรค์รักเสร็จสิ้น  ทั้งสองนอนกอดกัน แล้วก็ม่อยหลับลงไปด้วยความอ่อนเพลียจากการร่วมรัก

                จนนาฬิกาบอกเวลา 1 ทุ่มตรง เธอกระซิบเตือนที่ข้างหูของชายหนุ่มว่า

                ได้เวลานัดแล้วนะ ตื่นได้แล้ว เธอบอกเขา

                เขาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา  แหงนหน้ามองนาฬิกาที่ข้างฝา แล้วก็หันมามองหน้าคนที่ปลุกเขา พร้อมกับพูดว่า

                นัดอะไร ไม่ไปทั้งนั้นแหละ จะอยู่กับเมียคนเดียว  เขาตอบ ทำเอาคนฟังหน้าแดงด้วยความอาย

                บ้า..... เธอตอบ

                ไม่ไปจริงๆหรอ แล้วผู้หญิงคนนั้นจะว่ายังไง เดี๋ยวก็จะพาลไม่คุยด้วยหรอก เธอย้ำเตือนให้

                ฮั่นแน่ งอนอีกหรือเปล่าเนี่ย  ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เดี๋ยวเขาก็จะทำใจได้เองแหละ

          .....................

                หายงอนหรือยังเนี่ย  ถ้ายังจะได้ง้อต่อ..

                ง้อยังไง ไม่เข้าใจ เธอถาม

                เขาไม่ตอบ พลางยิ้ม แต่ไม่ยิ้มเปล่า  ขึ้นคร่อมประกบร่างของหญิงสาว ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร  เขาก็รีบปิดปากด้วยรอยจูบแทน....

          จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น เนิ่นนาน และแนบแน่น 

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 2

posted on 02 Aug 2009 14:21 by prada-story  in niyay

ตอนที่ 2

 

เช้าวันจันทร์ กฤชษ์รีบออกจากบ้านเพื่อไปทำงานเช้ากว่าปกติ  เมื่อก่อนเขาจะออกจากบ้านเวลา  หกโมงเช้า เพื่อที่จะไปทำงานให้ทันเวลา 7 โมงเช้า แต่วันนี้เขาตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง รีบทำธุระส่วนตัว แล้วออกไปยืนรอรถเมล์เพื่อที่จะไปทำงานตั้งแต่ตีห้า ไม่ใช่เพราะต่อมขยันของเขาเกิดทำงานผิดปกติหรอกนะ เพียงแต่เขาอยากจะไปทำงานให้ทันเห็นหน้าใครบางคนต่างหาก...

เขามาถึงบ้านที่เป็นสถานที่ทำงานเวลาประมาณ 7 โมงเหมือนเวลาเดิมๆ เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก เพราะวันนี้เกิดมีอุบัติเหตุกลางทางทำให้รถติดยาวเหยียด พลอยทำให้เขามาสายไม่ทันที่จะได้เห็นหน้านายผู้หญิงของบ้านนี้ เพราะเธอจะออกไปทำงานตั้งแต่หกโมงเช้าของทุกวัน เขาพลาดโอกาสที่จะมาเห็นหน้าเธอก่อนที่เธอจะออกไปทำงาน....

นี่ๆ นายกฤชษ์ เมื่อวันก่อนไปทำอะไรไว้ห๊า รู้ตัวมั้ย เกิดเรื่องจนได้ โอ๊ย ตายๆๆ เสียงป้าลออ แม่บ้านถามเขาอย่างตำหนิ ทำท่าจะเป็นลม

รู้ตัวครับ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับป้า  ที่ผมเข้าไปในบ้าน เพราะคิดว่าเป็นขโมยจริงๆ ไม่คิดว่าเป็นคุณชุบชีวา ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาวันนั้นนี่ครับ ป้าเองก็ไม่ได้บอกไว้นี่  เขาตอบคำถาม แกมยอมรับผิด แต่ไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่นัก เพราะมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาซะทีเดียวเมื่อไหร่

เอาล่ะๆ มันก็จริงอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ ป้าเองก็ไม่รู้ว่าคุณชุบเธอจะกลับวันนั้น นี่ดีนะ ที่เธอไม่แจ้งตำรวจน่ะ เพราะตอนแรกเธอก็คิดว่าเอ็งอะ เป็นโจรเหมือนกันรู้มั้ย ดีที่เธอโทรไปถามป้าก่อน

คุณชุบชีวาโทรไปหาป้ามาหรอครับ ตอนไหนอะ  แล้วเธอเล่าให้ป้าฟังว่าไงมั่งครับป้า ???? เขาถามป้าลอออย่างกระตือรือร้น

นี่ ไม่ต้องกลัวว่าเธอจะไล่ออกหรอกนะ เธอโทรไปเล่าให้ป้าฟังว่า ตอนที่เธออยู่ในห้องนอนอะ เธอได้ยินเสียงคนเดิน เธอคิดว่าเป็นโจรก็เลยเอาแจกันทุบหัว ดีนะที่ป้าถามว่า รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เธอก็เล่ามา ป้าก็เลยรู้ว่าเป็นเอ็งนั่นแหละ

 

คุณชุบชีวาเธอคงโมโหมากเลยนะครับ

ก็ใช่นะสิ  โมโหสุดๆเลยละ แม้กระทั่งเมื่อเช้าก่อนออกไปทำงาน ยังย้ำให้ป้าเตือนเอ็งด้วยนะ ถ้าฝ่าฝืนอีกละก็ เตรียมหางานใหม่ได้เลย

วันนั้นทั้งวันเขาทำงานอย่างเหม่อลอย คิดถึงแต่คุณชุบชีวา จนตัวเองเขาเองอดแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไมต้องเอาแต่คิดถึงหน้าของคุณชุบชีวาขนาดนั้น  เขาคิดว่า ตอนเย็นจะต้องอยู่รอเพื่อที่จะเจอหน้าคุณชุบชีวาให้ได้ เพราะไหนๆตอนเช้าก็พลาดไปแล้ว

ป้าลออกลับไปแล้ว เหลือเพียงแต่เขา  เขาบอกกับป้าลออว่าวันนี้ต้องอยู่พรวนดินให้กับต้นกุหลาบก่อน ทำเสร็จแล้วถึงจะกลับ ป้าแกเลยไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ไม่ลืมที่จะเตือนเขาเรื่องนั้น

 

 

เขานั่งรอการกลับมาของเจ้าของบ้านอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เย็น จนตอนนี้ปาเข้าไปเกือบจะ 3 ทุ่มเข้าแล้ว ยังไม่มีวี่แววของคุณเจ้าของบ้านคนสวยของเขาเลยแม้แต่นิด เขาพาลคิดไปต่างๆนาๆ ว่าทำไมหนอ ถึงได้กลับบ้านมืดค่ำนัก ทั้งๆที่ป่านนี้รถราก็ไม่ติดแล้ว

นั่งรอจนตัดสินใจจะกลับบ้าน เพราะคิดว่าคงยังไม่กลับง่ายๆ แถมฝนก็มีทีท่าว่าจะตกซะด้วย ขืนนั่งรอไปอีก คงต้องเปียกแน่ๆ

ไม่ทันไร ฝนก็ดันตกลงมาจริงๆ แถมหนักอีกต่างหาก เขาพาลโทษฝน ที่น่าจะตกตอนเขาถึงบ้านก่อนก็ไม่ได้  แต่สักพักก็ได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้านของคนที่เขาเฝ้ารอ ใช่แล้ว คุณชุบชีวา เธอกลับมาแล้วนั่งเอง

รถยนต์จอดหน้าบ้านสักพักใหญ่  ไม่มีใครวิ่งลงมาเปิดประตู สงสัยเธอคงจะกลัวเปียกฝนละมั้ง แล้วทำไมไม่กลับให้มันเร็วกว่านี้ละ แม่คุณ....เขาคิด

เมื่อเห็นไม่มีใครลงมาเปิดประตูบ้าน เขาเลยตัดสินใจเดินไปที่รถ เพื่อที่จะถามว่า ให้เขาเปิดประตูให้มั้ย ยังไม่ทันที่จะเข้าไปถาม เจ้าของรถก็ตัดสินใจเปิดประตูรถลงมา เธอคงไม่มีร่มจริงๆนั่นแหละ ถึงได้ตัดสินใจฝ่าฝนลงมาเปิดประตู

 

ทันทีที่เธอเปิดประตูลงมา เสียงฟ้าผ่าก็ผ่าลงมาใกล้ๆกับบริเวณที่รถจอด ฟ้าผ่าลงมาที่เสาอากาศของบ้านหลังใกล้เคียงนั้น ทันทีที่สิ้นเสียงฟ้า เจ้าของรถก็ฟุบลงนั่งข้างรถ พร้อมๆกับเสียงกรี๊ด  คุณชุบชีวา เธอกลัวฟ้าผ่า

                เขารีบวิ่งไปดูเธอทันที สภาพเธอตอนนั้นเปียกฝนไม่ต่างอะไรจากเขาเลย แต่เนื้อตัวเธอนี่สิ สั่นเหมือนเจ้าเข้า คงเพราะเสียงฟ้าผ่า ที่มันผ่าลงใกล้ๆที่เธอยืนอยู่  เลยทำให้เธอตกใจ

                คุณชุบชีวาครับ คุณชุบชีวาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ? เขาถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย ท่ามกลางสายฝนที่ตกมาอย่างบ้าคลั่ง

                เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา  อย่างคนที่ยังไม่หายตกใจ พร้อมกับตอบกลับไปว่า

                ไม่ ฉันไม่เป็นไร นายกฤชษ์หรอ ?

                ครับผมเอง  คุณชุบชีวารีบเข้าไปบ้านเถอะครับ เปียกหมดแล้ว เดี๋ยวรถผมเอาไปเก็บในบ้านให้ เขาตอบ พร้อมกับพยุงหญิงสาวเข้าไปในบ้าน พอส่งเธอเข้าบ้านเสร็จ เขาก็ออกมาขับรถเข้าไปในบ้าน

 

                ในบ้าน  เมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาข้างล่าง เพราะจำได้ว่า มีคนช่วยขับรถเธอเข้ามาจอด  เมื่อเธอมองไปที่โรงจอดรถ เธอก็เห็นผู้ชายคนนั้น เนื้อตัวเปียกปอน เขากำลังเช็ดทำความสะอาดรถให้เธออยู่  เธอมองอยู่นาน ไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอไม่เคยสังเกตถึงรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างละเอียดเลย ตั้งแต่วันแรกที่เธอเจอเขา วันนี้เธอเจอเขาเป็นวันที่สอง  เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างสูงใหญ่  หน้าตาเขาดูไม่เลวเลยทีเดียว  สาวๆเห็นคงอยากจะได้เป็นแฟน แต่ไม่ใช่เธอ  ไม่ใช่เธอเพราะที่เธอเลยช่วงเวลาวัยรุ่นมาแล้วเท่านั้น แต่เพราะเธอไม่เคยรู้สึกชื่มชมยินดีผู้ชายคนไหนเลยต่างหาก นับตั้งแต่โตมา จนถึงวันนี้  เธอปฏิเสธในใจ...

                นี่นาย พอได้แล้ว ไม่ต้องเช็ดแล้ว  ฉันถามหน่อยเถอะ ทำไมนายยังไม่กลับบ้านอีก มาทำอะไรมืดๆค่ำๆ  ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง เธอถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก

               

คือผม.... เขาไม่รู้จะตอบคำถามเธออย่างไรดี เขาไม่กล้าตอบเธอว่า ที่ยังไม่กลับ เพราะมารอเจอเธอนั่นแหละ เลยเลี่ยงตอบไปว่า

คือผมไปตัดหญ้าบ้านคุณวิโรจน์ ซอยถัดไปมาน่ะครับ ขากลับเลยมาเจอคุณชุบชีวาเข้า เขาตอบอย่างใจเต้นกลัวโดนจับได้ว่าโกหก

ไปตัดหญ้าบ้านคนอื่นงั้นหรอ นี่แสดงว่าจะหางานใหม่ละสิ 

ปะ เปล่านะครับ ผมไม่ได้จะหางานนะครับ คือผมรู้จักกับคุณวิโรจน์มาก่อนน่ะครับ เมื่อเย็นตอนจะกลับเจอเขาพอดี  เขาก็เลยขอให้ผมไปตัดหญ้าให้ เพราะคนสวนบ้านเขาไม่อยู่น่ะครับ แย่ละสิเรา...เขาคิด

งั้นหรอ...นึกว่าจะหางานใหม่ ฉันก็เลยว่าจะให้ป้าลออแกหาคนใหม่มาทำแทน

เปล่าครับ ผมอยากทำงานที่นี่นะครับ ไม่คิดจะลาออกหรอกครับ นอกจากจะโดนไล่ออก... เขาตอบอย่างออกจะสอพลอนิดๆ แต่ว่ามันก็เป็นความจริง

ชั่งเถอะ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่  เออ มันดึกมากแล้ว ฝนก็หยุดแล้วด้วย นายรีบกลับบ้านไปได้แล้วล่ะ

ครับผม ผมลาละครับ เขายกมือไหว้หญิงสาวที่สูงอายุมากกว่าเขา จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป แต่ยังไม่ทันพ้นประตูหน้าบ้าน เขากลับตะโกนมายังหญิงสาวว่า

คุณชุบชีวาครับ  อย่าลืมทานยานะครับ เดี๋ยวจะไม่สบายครับ  ลาละคร๊าบบ  เขาบอกกับหญิงสาวอย่างห่วงใย ปนทะเล้นหน่อยๆ แต่มันก็สามารถเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวได้ 

               -------------------------------------------------------------------------

 

                หลายวันผ่านไป กฤชษ์ ชายหนุ่มคนสวนไม่ได้เจอหน้าหญิงสาวเจ้าของบ้านที่เขารู้ตัวเองแล้วว่า เขาหลงรักเธอเข้าแล้ว นับตั้งแต่วันที่ฝนตกวันนั้น เพราะเธอต้องเดินทางไปต่างหวัดบ่อยๆ ไปดูโรงงานเสื้อผ้าของเธอ เนื่องจากช่วงนี้โรงงานกำลังประสบปัญหา คนงานไม่ยอมทำงาน ต่างพากันหยุดงานเพื่อขอค่าแรงเพิ่ม เธอในฐานะเจ้าของเลยต้องไปดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

                ป้าครับ คุณชุบชีวาเธอไปต่างจังหวัดหลายวันแล้วนะครับป้า ไม่เห็นกลับมาสักที นี่เธอไม่ค่อยอยู่บ้านอย่างนี้ประจำเลยหรอครับ เขาถามป้าลออด้วยความสงสัย และมันก็สร้างความสงสัยให้กับคนที่ถูกถามเป็นอย่างมาก

                ก็บ่อยนะ งานเธอเยอะน่ะ อย่าว่าแต่ไม่ค่อยอยู่บ้านเลย ข้าวปลาจะมีเวลาได้กินมั่งหรือเปล่าก็ไม่รู้  ว่าแต่ว่า เอ็งถามทำไม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?

                โหย ไม่มีไรหรอกครับ ผมเคยสงสัยเฉยๆ เขารีบตอบ

                งั้นก็ดีแล้ว เรื่องของเจ้านายอย่าไปยุ่งย่ามเชียวนะ ทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอแล้ว เจ้านายจะได้เอ็นดู ขึ้นเงินเดือนให้ไง ป้าแกสอน

                มันยากนะป้า  ป้าไม่มาเป็นผม ป้าไม่รู้หรอก เวลาที่เราไม่ได้เจอหน้าคนที่เรารักนานๆ น่ะ ความรู้สึกมันเป็นยังไง ผมจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย  ....เขาคิด

 

                สองอาทิตย์ผ่านไป วันที่เขารอคอยก็มาถึง มันเป็นวันที่คุณชุบชีวาจะกลับมาบ้าน หลังจากที่ต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัดมาเกือบเดือนแล้ว  วันนั้นเธอเดินทางมาถึงเวลาประมาณ  4 ทุ่มกว่า เธอไม่ได้ขับรถไป จึงต้องอาศัยนั่งรถ Taxi มาจากสนามบิน  แต่เขาอาสาจะขับรถไปรับเธอจากสนามบินเอง ให้เหตุผลว่าช่วงนี้มีข่าวอาชญากรรมบ่อยๆ ห่วงเรื่องความปลอดภัยของนายผู้หญิง ป้าลออแกก็เห็นด้วย เลยโทรศัพท์ไปบอกคุณชุบชีวาว่า เดี๋ยวจะมีคนขับรถไปรับ

                กฤชษ์ ไปรอรับหญิงสาวที่สนามบินตั้งแต่หัวค่ำ ด้วยความตื่นเต้น เขานั่งรออย่างกระสับกระส่าย  เมื่อถึงเวลาที่เครื่องลงจอด เขาก็รีบเสนอหน้าไปรอรับที่ประตูทางออกทันที

                คุณชุบชีวาครับ ทางนี้ครับ ทางนี้ เขาตะโกนเรียกนายผู้หญิงอย่างดีใจจนออกนอกหน้า ทำให้คนแถวนั้นต้องพากันหันมามอง รวมทั้งคนที่ถูกเรียกด้วย

                เธอก็อดแปลกใจเล็กน้อยที่รู้ว่าคนที่มารับเธอ คือ นายกฤชษ์ คนสวนบ้านเธอ เพราะเธอคิดว่าจะเป็นคนขับรถของบริษัทเธอเอง

                ไม่เห็นต้องตะโกนดังขนาดนั้นเลย คนเค้ามองกันใหญ่แล้วเห็นมั้ย ไม่อายหรือไงกัน คำทักทายคำแรกที่ออกจาก คนที่เขาแอบรัก

                ขอโทษครับ คือผมไม่ได้ตั้งใจ จะทำให้คุณชุบชีวาอาย ขอโทษจริงๆครับ เขาตอบเธอ อาการเขาซึมไปนิดนึง

                เมื่อเห็นสีหน้าของคนที่มารับ เธอก็อดที่จะรู้สึกไม่ดีไม่ได้  ไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงต้องรู้สึกอย่างนั้น เพราะความจริงเธอไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของลูกจ้างเลย

                เอาล่ะ ไปเถอะ ฉันเหนื่อยมามากล่ะ อยากจะพักผ่อน เธอพูด พร้อมกับเดินนำหน้าเขาไป เพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้าน

 

ด้วยหัวใจรัก..ตอนที่ 1

posted on 02 Aug 2009 14:12 by prada-story  in niyay

ตอนที่ 1

กฤชษ์ ทำงานเป็นคนสวนในบ้านหลังนี้ มาได้อาทิตย์กว่าๆแล้ว เขาจะมาทำงานประมาณ 7 โมงเช้าของทุกวัน งานหลักของเขาก็คือ รดน้ำ พรวนดิน ดูแลต้นไม้ทุกต้นภายในบ้าน พอตกตอนเย็น จะเลิกงานประมาณ 5 โมงเย็น เขาจึงจะกลับไปยังหอพัก  เนื่องจากเขาต้องจากบ้านที่ จ.ชลบุรี เพื่อมาเรียนหนังสือในกทม. และต้องหางานทำไปด้วย เพราะที่บ้านมีภาระต้องส่งเสียน้องของเขาอีก 2 คน  เขาลงเรียนเฉพาะในวันอาทิตย์  เพราะเป็นวันหยุดของเขา เงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นคนสวนของบ้านหลังนี้ เขาได้รับเดือนละ 8000 บ. ซึ่งก็ถือว่ามากพอสมควรกับการเป็นคนสวนดูแลบ้าน

งานดูแลสวนก็ไม่หนักจนเกินไปนัก เวลาเหนื่อยเขาก็จะนั่งพักบริเวณศาลานั่งเล่น และหากจะกินข้าวหรือจะเข้าห้องน้ำ ก็จะไปที่ห้องครัวของบ้าน ซึ่งหลังบ้าน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบ้านโดยเด็ดขาด เขาเลยยังไม่มีโอกาสได้เห็นรูปของเจ้าของบ้านหลังนี้ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เหมือนที่เขานึกไว้หรือไม่  แว๊บนึงเขาแอบคิดว่า ไม่แน่ว่า เจ้าของบ้านอาจมีหน้าตาที่ไม่ค่อยดีก็ได้ เลยไม่อยากให้ใครได้เห็นหน้าเท่าไรนัก

นี่ๆ พ่อหนุ่ม วันนี้ป้าจะกลับบ้านเร็วกว่าปกตินะ เพราะหลานที่บ้านมันไม่ค่อยจะดี ว่าจะพามันไปหาหมอสักหน่อย ที่บ้านตามันก็ไม่อยู่  เสียงป้าละออเรียกเขาดังมาจากทางข้างหลัง

ครับป้า แล้วป้าจะกลับตอนกี่โมงละครับ?  กฤชษ์ตอบกลับไป ท่าทางเหนื่อยอ่อน จากการทำสวน

จะกลับตอนนี้ละ เอ็งทำงานต่อไปเหอะนะ คุณชุบชีวาเธอจะกลับมาวันสองวันนี้แล้ว รีบๆทำให้เสร็จแล้วกัน เดี๋ยวเธอจะไม่พอใจเอา แล้วพอเลิกงานล็อคประตูบ้านให้ดีนะ อย่าลืมล่ะ

คร๊าบบบ รับทราบครับ คุณป้าคนสวยของคนสวน  เขาตอบล้อ แม่บ้านอย่างเป็นกันเอง  ทำเอาคนฟังถึงกลับเขินเลยทีเดียว

 

ไอ้เด็กบ้าเอ้ย ปากดีนะเอ็งอะ ขอบใจนะที่อุตส่าห์ชมว่าป้าสวย แต่ป้าน่ะ สวยมาตั้งนานแล้วนะ ไม่ต้องชมมากหรอก  ฮ่าฮ่าๆๆ ไปก่อนละ

ครับๆ สวัสดีครับป้า เจอกันพรุ่งนี้นะครับ 

หลังจากที่ป้าลออกลับไป เขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเขาต่อไป  เพราะอย่างที่ป้าแกบอก คุณชุบชีวาเจ้าของบ้านกำลังจะกลับมาเร็วๆนี้ เขาคงต้องทำงานให้ดีที่สุด ไม่งั้นอาจจะได้ออกจากงานก่อนเวลาอันควรก็ได้ 

คุณเจ้าของบ้านจะกลับมาแล้วหรอเนี่ย จะมีโอกาสได้เห็นหน้าหรือเปล่าน๊า อยากรู้จัง หน้าตาจะเป็นไงมั่ง สงสัยคงเคี่ยวน่าดู เขารำพึงกับตัวเอง

-------------------------------------------------------------------

                เวลาประมาณ 4 โมงเย็นเกือบจะได้เวลากลับบ้านของเขาแล้ว พอรดน้ำต้นไม้ตอนเย็นเสร็จ เขาเลยมานั่งพักที่ศาลานั่งเล่น หลังบ้าน ที่ๆเขาแอบตั้งชื่อให้ศาลานี้ว่า  ศาลาคนเศร้า  เหมือนชื่อหนังสือนิตยสารฉบับหนึ่ง เพราะเจ้าของศาลาคงจะไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นัก เขาเดา....

                กฤชษ์แอบงีบไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ก็สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก จากภายในบ้าน แว๊บแรกเขาคิดว่า คงเป็นเสียงของป้าลออผู้ที่ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถเข้าออกภายในบ้านได้ แต่พอนึกไปนึกมา ป้าลออแกกลับไปนานแล้วเพราะฉะนั้น คนที่อยู่ในบ้านอาจจะเป็นโจรก็ได้  เพื่อปกป้องทรัพย์สินของเจ้านาย ในฐานะที่เขาเป็นลูกจ้างที่ดี ก็ควรที่จะไปดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนเดิม

                เขาเดินเข้าไปทางหลังบ้าน ในส่วนที่เป็นห้องครัว เพราะป้าลออแกลืมปิดประตูเอาไว้ เขาเลยสามารถเข้าไปภายในบ้านได้ เขาคว้ามีดของป้าลออที่แกใช้ทำอาหารติดมือไปด้วย จากนั้นก็ค่อยๆย่องเข้าไป เพื่อไม่ให้ผู้ที่บุกรุกอยู่ในบ้านรู้ตัว เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเองด้วย ไม่แน่ว่า ถ้าโจรมันพกอาวุธมาด้วย ถ้าเขาทะเล่อทะล่าเข้าไป เขาอาจจะได้กลับบ้านเก่าก่อนกำหนดเป็นแน่ 

                กฤชษ์  ชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ เดินสำรวจภายในบ้าน หากเกิดการปะทะกับโจรเข้าจริงๆ ถ้ามันมาคนเดียว ด้วยรูปร่างของเขาอาจจะสู้มันได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ถ้ามันมากันหลายคนหรือมีอาวุธมาด้วย เขาอาจจะซวยก็ได้ ถ้าไม่ระวัง ฉะนั้นเขาเลยค่อยๆเดินสำรวจไปรอบๆ ตัวบ้านชั้นล่าง แต่่ยากเย็นนัก แต่ถ้ามันมากันหลายคนหรือมีอาวุธมาด้วย เขาอาจจะซวยก็ได้ ถ้าไม่ระวัง ฉะนั้นเขข้าวของเครื่องใช้ยังคงอยู่ปกติดี  เขานึกในใจว่า เขาเองอาจจะคิดไปเองก็ได้   ในตอนที่เขากำลังจะหันหลังกลับนั่นเอง เขาได้ยินเสียงดังมาจากข้างบน เสียงเหมือนใครคนนึงทำของหล่นลงที่พื้น  กฤชษ์เปลี่ยนใจเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของบ้าน มีคนอยู่ในบ้านจริงๆด้วย เขาไม่ได้คิดไปเอง

                เขาค่อยๆเดินขึ้นมายังชั้นสองด้วยความระมัดระวัง บนชั้นสองมีห้องอยู่ 3 ห้อง เขาไม่รู้ว่าที่มาของเสียงนั้นมาจากห้องไหน ในขณะที่เขากำลังคิดว่าจะไปสำรวจห้องไหนก่อนดี ก็มีเสียงดังมาจากห้องที่อยู่ติดระเบียง คงเป็นห้องนอนของคุณชุบชีวา เจ้าของบ้าน ไอ้โจรนี่มันฉลาดจริงๆ เลือกห้องนอนซะด้วย  

                ประตูห้องปิดไม่สนิท เขารวบรวมกำลังใจตัวเอง และผลักประตูเข้าไปอย่างแรง เพื่อที่จะบอกคนในห้องให้หยุด  แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันได้พูดอะไรออกไป เขาก็ถูกแจกันใบใหญ่ทุบหัวอย่างแรง.......

 

   -------------------------------------------------------------------------------------

 

                ผู้หญิงคนหนึ่ง เดินวนไปวนมายัง รอบๆร่างกายของชายผู้กำลังสลบไม่ได้สติจากการโดนทุบหัวด้วยแจกันอย่างแรง  บาดแผลบริเวณหัวได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่สติของชายหนุ่มที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นห้อง

                รุ่งเช้า กฤชษ์ ค่อยๆลืมตาขึ้น อย่างมึนงง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา พร้อมกับอาการปวดศีรษะ ที่ถูกกระแทกด้วยของแข็ง เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมานั่ง เขายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขากันแน่ ก่อนที่เขาจะนึกถึงที่มาที่ไป ก็มีเสียงหนึ่งพูดกับเขา

                เป็นยังไงมั่ง  นึกว่าตายไปซะแล้ว  คนพูดประชดประชัน เมื่อเขาหันหน้าไปมอง เขาก็ต้องตะลึงแกมตกใจ......

                เสียงนั้นเป็นเสียงของผู้หญิง  เธอกำลังพูดกับเขา ในขณะที่ตัวเธอเอง นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ด้านหลังเขา  เธอมีสีหน้าที่นิ่งเฉย  เขาจ้องมองเธออย่างไม่กระพริบตา ผู้หญิงคนนั้นมีดวงตาที่สวยงาม พวงแก้มอิ่มสีชมพู  จมูกปากได้รูป ผมสีน้ำตาลเข้มขับผิวขาวผ่อง..... เธอสวยจริงๆ  

                นี่ จ้องอะไรฉันนักหนา ที่ฉันถาม ไม่ได้ยินหรือไง?  คนถาม ถามอย่างมีอารมณ์ เพราะรู้สึกโกรธที่ถามแล้วไม่ได้รับคำตอบ แถมยังถูกจ้องอย่างเสียมารยาท

                เอ่อ....ผมๆ คือว่า ผม...... เขาตอบอย่างตะกุกตะกัก  พูดไม่เป็นคำ ด้วยความประหม่า ผสมกับตื้นเต้น เขารู้สึกว่า หัวใจเขาเต้นแรง ซะจนเหมือนมันจะออกไปมาข้างนอก  เขาไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

                นี่....ติดอ่างหรือไง นาย กฤชษ์ ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ ป้าลออไม่ได้บอกหรือไงว่า ฉันไม่ชอบให้ใครเข้ามาในบ้าน โดยเฉพาะคนสวน !!”  เจ้าของเสียงตอบมาอย่างโมโหสุดขีด บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ไม่ชอบให้ใครฝ่าฝืนคำสั่ง

                ผมขอโทษครับ ป้าลออแกบอกผมแล้วครับ ที่ผมเข้ามาในบ้าน เพราะได้ยินเสียงดังมาจากในบ้าน คือ ผมๆนึกว่าโจรเข้ามาขโมยของน่ะครับ  คุณ...เอ่อ คุณ ...ชุบชีวาใช่ไหมครับเนี่ย? เขาตอบตามความเป็นจริง

                คู่สนทนาเงียบไป....ทำเอาเขาเอง ถึงกับต้องก้มหน้า เหมือนตอนที่เด็กถูกผู้ใหญ่เอ็ด เวลาที่ทำผิดมหันต์

                เอาล่ะ คราวนี้ฉันจะยกโทษให้ แต่จำเอาไว้ให้ดีนะ กฎระเบียบภายในบ้านต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นละก็  เธอก็ทำงานที่นี่ไม่ได้ ..จำเอาไว้ให้ดี  

                ครับผม ผมจะไม่เข้ามาในบ้านอีกแล้วครับ คุณชุบชีวา เขาให้สัญญาอย่างกลัวเกรงอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยต้องรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนเลย โดยเฉพาะกับผู้หญิง

                เอาล่ะ กลับบ้านไปได้แล้ว วันนี้ไม่ต้องมาทำงาน กลับไปได้

                อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบนี้อีก ขอผมทำงานต่อเถอะนะครับ คุณชุบชีวา นะครับ  เขารีบตอบกลับ โดยคิดว่าตัวเองโดนไล่ออกจากงาน

                นี่ บ้าหรือเปล่า ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่า ฉันไล่เธอออก ที่ฉันบอกว่าวันนี้ไม่ต้องทำงาน เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์  เธอหยุดทุกวันอาทิตย์ จำไม่ได้หรอ

 

                เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ  หน้าปัดบอกเวลาแปดโมงเช้า ของวันอาทิตย์ อย่างที่เธอบอกจริงๆ เขาจำได้ว่า ก่อนที่จะถูกตีหัว มันเป็นเวลาห้าโมงเย็นของวันเสาร์ นี่เขาสลบข้ามคืนเลยหรอเนี่ย......เขาสลบอยู่ภายในห้องนอนของนายผู้หญิงคนสวยคนนี้หรอเนี่ย ....เขาแทบไม่เชื่อตัวเอง...

                เขาเดินกลับไปรอรถเมล์หน้าปากซอยเหมือนเช่นทุกวัน แต่วันนี้แปลกกว่าวันก่อนๆ ก็ตรงที่ปกติเขาจะหงุดหงิดกับปัญหารถติด มลภาวะเป็นพิษของเมืองหลวง แต่วันนี้เขากลับคิดถึงแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านที่เขาทำงานอยู่ โดยเฉพาะใบหน้าของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ใบหน้าที่สวยงาม เช่นสาวงามเมืองเหนือที่ผู้คนยกย่องว่า สวยงามกว่าสาวเมืองไหน  ไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอคนนั้นคือเจ้าของบ้านคนเดียวกับที่เขาเคยคิดไว้  ชั่งผิดกันลิบลับเลย  นายผู้หญิงที่ป้าลออบอกว่าอายุ สามสิบกว่าๆ แต่ความเป็นจริง รูปร่างหน้าตาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอย่างไม่น่าเชื่อ

            -----------------------------------------------------------------------------

edit @ 2 Aug 2009 14:14:42 by Prada

edit @ 2 Aug 2009 14:16:08 by Prada

edit @ 2 Aug 2009 14:16:53 by Prada

นิยาย..ด้วยหัวใจรัก

posted on 02 Aug 2009 14:00 by prada-story  in niyay

    

บทนำ

 

ชุบชีวา ศิลป์ญานุวัตร หญิงสาววัยกลางคนที่เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  ปัจจุบันเธอเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า แบรนดังของไทย  ตั้งแต่โตมา ชีวิตเธอต้องทำแต่งาน และเรียนหนังสือ ไม่มีเวลาให้กับคำว่า รัก เลย เธอไม่เคยรักผู้ชายคนไหนเหมือนคนรัก ผู้ชายทุกคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตจึงเป็นเพียงแค่เพื่อนสำหรับเธอเท่านั้น

               จนมาได้พบกับ กฤชษ์ ชายหนุ่มนักศึกษา อายุน้อยกว่าเธอถึง 10 ปี เธอพบกับเค้าครั้งแรก ตอนที่กฤชษ์ มาสมัครเป็นคนสวน ดูแลบ้านให้เธอ บ้านของเธอเป็นบ้านสองชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะเธอไม่ชอบบ้านหลังใหญ่ เนื่องจากทั้งบ้านมีแค่เธอ อาศัยอยู่เพียงคนเดียว และมีแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้าน แบบไปเช้าเย็นกลับ แต่เธอชอบปลูกต้นไม้ ดอกไม้พันธุ์สวยงามต่างๆไว้มากมาย จึงจำเป็นที่จะต้องจ้างคนสวนมาคอยดูแลต้นไม้ของเธอ ที่กินอาณาเขตรอบบ้าน ถึง 2 ไร่ คนสวนคนเก่าได้ลาออกไป เพื่อจะกลับไปอยู่บ้านนอก เธอจึงจำเป็นต้องจ้างคนสวนคนใหม่ขึ้นมา

               เพียง 1 วันหลังจากที่ปิดประกาศไว้หน้าบ้าน ก็มีชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำ ผิวคล้ำ แต่หน้าตาหล่อเหลา เหมือนพระเอกละคร มาสมัครเป็นคนสวน  เขาก็คือ นายกฤชษ์ วัฒนกุล  กฤชษ์มาสมัครเป็นคนดูแลสวน เขาต้องตะลึงกับความสวยงามของสวนไม้ดอก และบรรดาต้นไม้ภายในบ้าน ที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เจ้าของเป็นผู้หลงใหลต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ

                วันที่เขามาสมัครงานนั้น เขาเจอเพียงแค่ ป้าลออ คนดูแลบ้านเท่านั้น ป้าลออบอกแต่เพียงว่า เจ้าของบ้านได้เดินทางไปต่างประเทศอีกประมาณอาทิตย์กว่าๆ จึงจะกลับ แกเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับสมัครงานแทน

                กฤชษ์ ได้งานในวันนั้นทันที เนื่องจากเขาเป็นคนร่าเริง คุยสนุก เลยทำให้ป้าลออแกถูกชะตา  เลยรับเขาเข้าทำงานทันที พร้อมกับอธิบายถึงงานที่เขาต้องรับผิดชอบ รวมถึงกฎระเบียบต่างๆภายในบ้าน และไม่ลืมที่จะเล่าให้ฟังถึงนายผู้หญิงเจ้าของบ้าน

 

          ป้าลออเล่าให้ฟังถึงนายผู้หญิงของแกว่า  เป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า  และไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามภายในบ้าน ก่อนได้รับอนุญาต เป็นคนเงียบๆ นายผู้หญิงของแกจะทำงานทุกวัน หยุดเพียงวันอาทิตย์เท่านั้น วันหยุดก็จะอยู่บ้านตลอด  และขลุกตัวอยู่ในแต่ในสวนของเธอ และวันนั้น เขาได้รับอนุญาตให้หยุดได้อาทิตย์ละ 1 วัน ซึ่งก็คือวันอาทิตย์ที่นายผู้หญิงหยุดงานนั่นเอง  ป้าลออบอกว่า นายผู้หญิงมีชื่อว่า  ชุบชีวา  เวลาเรียกให้เรียกว่า คุณชุบชีวา

                เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นายผู้หญิงทำตัวลึกลับ และมีนิสัยแปลกๆ เขาเดาว่าเธอคงเป็นแม่ม่ายแน่ๆ เพราะป้าลออบอกว่า บ้านหลังนี้ มีคนอาศัยอยู่เพียงคนเดียวคือ นายผู้หญิง เขาคิดว่า เธอคงหย่าขาดจากสามี เลยทำให้กลายเป็นคนเงียบๆ  ส่วนเรื่องหน้าตานั้น เขาก็เดาว่า คงประมาณผู้หญิงวัยกลางคนทั่วไป รูปร่างคงท้วมๆ อะไรประมาณนั้น ที่เขาคิดเช่นนั้น เพราะเขาเคยเจอแต่คนลักษณะนั้น

 

 

edit @ 2 Aug 2009 14:19:27 by Prada